กทม. – นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า เนื่องจากราคาจัดเก็บเดิมที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ.2562 นั้นไม่จูงใจให้ประชาชนคัดแยกขยะก่อนทิ้ง กทม.จึงมีแผนพิจารณายกร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียม เพื่อปรับเปลี่ยนราคาค่าจัดเก็บขยะ ดังนี้

กลุ่มที่ 1 สถานที่ที่ผลิตมูลฝอยไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน จาก 20 บาทต่อเดือน จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.43 หรือประมาณ 29 บาทต่อเดือน และจัดเก็บค่าธรรมเนียมกําจัดในอัตราเท่ากับค่าธรรมเนียมเก็บและขนที่ 29 บาทต่อเดือน รวมเป็น 58 บาทต่อเดือน หรือ ประมาณ 60 บาทต่อเดือน

ส่วนอาคารสถานที่ที่มีปริมาณมูลฝอยไม่เกิน 20 ลิตรต่อวัน มีการคัดแยกมูลฝอย และได้รับการขึ้นทะเบียน ตามที่กทม.กําหนด และหมู่บ้านจัดสรรหรือชุมชนที่จัดให้มีที่พักรวมมูลฝอยแยกประเภท และได้รับการขึ้นทะเบียนตามที่กทม.กําหนด จะได้รับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเก็บขน เหลือ 10 บาท และค่าธรรมเนียม กําจัด 10 บาท รวมเป็น 20 บาทต่อเดือน

กลุ่มที่ 2 สถานที่ที่ผลิตมูลฝอยเกิน 20 ลิตรต่อวัน ถึง 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 120 บาทต่อเดือนต่อ 20 ลิตร ซึ่งเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากค่าธรรมเนียมอัตราเดิมเคยเก็บอยู่ที่ 40 บาทต่อเดือนต่อ 20 ลิตร เพื่อจูงใจให้กลุ่มนี้มีการลดและคัดแยกมูลฝอยที่แหล่งกําเนิดเพื่อลดค่าธรรมเนียม

และกลุ่มที่ 3 สถานที่ที่ผลิตมูลฝอยเกิน 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวันขึ้นไป จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 8,000 บาทต่อเดือนต่อลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 4 เท่าจากค่าธรรมเนียมอัตราเดิมเคยเก็บเฉพาะค่าธรรมเนียมเก็บและขนในอัตรา 2,000 บาทต่อเดือนต่อลูกบาศก์เมตร เนื่องจากกลุ่มนี้ผลิตมูลฝอยในปริมาณมาก และมีศักยภาพในการดําเนินการลดและคัดแยกมูลฝอยของตนเอง

ทั้งนี้ กระบวนการปรับปรุงพิจารณายกร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ระหว่างนำเรื่องเข้าสภากรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณา และจะเสร็จสิ้นมีผลบังคับใช้เดือนต.ค.2567

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน