นครราชสีมา – นายธนัญชัย วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา (ผอ.สคพ.11 นม.) สั่งการให้นายบัญชา ขุนสูงเนิน ผู้อำนวยการส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมายพร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่บ้านวังใต้ หมู่ที่ 14 ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด ภายหลังรับแจ้งจากผู้นำชุมชนว่าชาวบ้านวังใต้กำลังได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นสารเคมีในพื้นที่ โดยผลการตรวจวัดก๊าซอันตรายบริเวณด้านท้ายหมู่บ้าน จำนวน 5 จุด พบก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl) ช่วง 0-0.17 ppm มีค่าอยู่ในขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลันระดับที่ 1 ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่องค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน
หลังลงพื้นที่ตรวจสอบพบสารเคมีที่รั่วไหลเป็นกรดไฮโดรคลอริกมีความเข้มข้น 35%เป็นของเหลวมีพลังการกัดกร่อนสูง สารดังกล่าวรั่วไหลจากภาชนะบรรจุ มีปริมาตร 6 ลบ.ม. ภายในโรงงานประกอบธุรกิจการผลิตและให้บริการด้านการผลิตสตาร์ชมันสำปะหลังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งกรดที่รั่วไหลถูกเก็บไว้ในแนวคันกั้นมิได้รั่วไหลออกสู่ภายนอกโรงงานแต่อย่างใด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่โรงงานไม่อนุญาตให้ จนท.เข้าไปตรวจสอบภายในโรงงาน และแจ้งได้ประสานบริษัทรับกำจัดของเสียอันตรายให้มาเก็บกู้และปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่เกิดเหตุรายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ

เฝ้าระวัง – จนท.สคพ.11 นม. ลงพื้นที่บ้านวังใต้ หมู่ที่ 14 ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ตรวจวัดก๊าซอันตราย หลังเกิดเหตุกรดไฮโดรคลอริกรั่วไหลภายในโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังในพื้นที่
ทั้งนี้แม้ผลตรวจวัดเป็นระดับที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่กรดชนิดนี้เป็นพิษและมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง หากสัมผัสในระดับเข้มข้นอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยชาวบ้านยังได้กลิ่นใต้ลมประสานหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้บ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานดังกล่าว ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมความเดือดร้อนให้กับชุมชนมานาน โดยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาได้ออกหนังสือ ที่ นม 0033(2)/410 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงาน พ.ศ.2535 มีคำสั่งให้หยุดการประกอบกิจการโรงงานในส่วนของการนำน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียเป็นเวลา 30 วันมาแล้ว