คณะกรรมการนโยบายการเงิน ลงมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย อีก 0.25% สู่ระดับ 2.25% สูงสุดในรอบ 9 ปี เกาะติดปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจ ชี้ตั้งรัฐบาลล่าช้ากระทบเบิกจ่ายงบประมาณ 6 เดือน
นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จาก 2% เป็น 2.25% ต่อปี มีผลทันที โดย กนง. ระบุว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ ขณะที่การส่งออกสินค้าหดตัวในระยะสั้น ส่วนหนึ่งตามเศรษฐกิจจีน และวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่ฟื้นตัวได้ช้า แต่คาดว่าจะปรับดีขึ้นในระยะข้างหน้าสอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น ทั้งจากการส่งออก ที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด รวมถึงสถานการณ์การเมืองที่ยังมีความ ไม่แน่นอนสูง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงจากราคาในหมวดพลังงาน มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ และผลของฐานที่สูงในปีก่อนหน้า แต่ประเมินว่าจะปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้หลังปัจจัยชั่วคราวทยอยหมดลง อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงแต่มีแนวโน้มทรงตัว ในระดับที่สูงกว่าในอดีต โดยมีความเสี่ยงด้านสูงจากต้นทุนราคาอาหารที่อาจปรับเพิ่มขึ้นหากปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงกว่าคาด ซึ่งอาจเร่งการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการในบริบทที่เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว ต่อเนื่องเข้าสู่ระดับศักยภาพ ขณะที่เงินเฟ้อโน้มเข้าสู่กรอบเป้าหมาย แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านสูง
“การปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบาย กนง. ได้พิจารณาอย่างมาก เกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนไทยบางส่วนที่ยังเปราะบางจากภาระหนี้ที่สูงขึ้นและรายได้ที่ฟื้นตัวช้า แต่ กนง.ได้สนับสนุนการดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการเฉพาะจุดและแนวทางแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนสำหรับกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะมาตรการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ดังนั้น การประชุมครั้งต่อไป จะมีการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ ต้องดูความชัดเจนของเศรษฐกิจภาพรวม”
นายปิติกล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องของการเมืองที่ยังรอความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่นั้น ยอมรับว่าขณะนี้ความล่าช้ากระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่จะล่าช้าไปอีก 2 ไตรมาส หรือจะเริ่มใช้ได้ประมาณต้นปี 2567 จากเดิมคาดว่าจะล่าช้าเพียง 1 ไตรมาส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ผิดจากที่คาดการณ์ ไว้ ถือเป็นการขึ้นครั้งที่ 7 ติดต่อกันนับจากวันที่ 10 ส.ค. 2565 จาก 0.50% สู่ระดับ 2.25% ต่อปี หรือภายใน 1 ปี และเป็นระดับ ที่เคยขึ้นมาแล้วเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2557 นับเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 9 ปี