กทม. – รายงานข่าวจากกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร ได้รายงานผลประกอบการตลาดกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 ถึง 30 ก.ย.2565 มีรายรับรวม 255,745,133.46 บาท รายจ่าย 487,518,689 บาท ส่งผลให้สำนักงานตลาด ขาดทุน 231,773,555.54 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับผลประกอบการในปี 2564 มีรายรับรวม 252,349,781.98 บาท รายจ่าย 402,351,643.71 บาท ขาดทุน 150,001,861.73 บาท ส่วนในปี 2563 มีรายรับรวม 292,337,735.58 บาท รายจ่าย 415,709,673.85 บาท ขาดทุน 123,371,938.27 บาท เท่ากับว่า ตลาดกทม.ขาดทุนต่อเนื่องตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา รวมเป็นเงิน 505,147,356 บาท โดยเฉพาะปี 65 ขาดทุนถึง 231,773,555.54 บาท
สำหรับรายละเอียดของการจัดเก็บรายได้ของตลาดกรุงเทพมหานคร จำนวน 13 ตลาด และ 1 สำนักงาน ได้แก่ 1.ตลาดเทวราช มีรายรับ 8,615,439.04 บาท รายจ่าย 7,961,540.84 บาท กำไร 653,898.20 บาท
2.ตลาดพระเครื่องวงเวียนเล็ก มีรายรับ 5,058,100.54 บาท รายจ่าย 1,940,219.21 บาท กำไร 3,117,881.33 บาท
3.ตลาดประชานิเวศน์ มีรายรับ 16,356,135.35 บาท รายจ่าย 3,565,082.40 บาท กำไร 12,791,052.95 บาท 4.ตลาดบางกะปิ มีรายรับ 10,770,454.04 บาท รายจ่าย 5,813,655.66 บาท กำไร 4,956,798.38 บาท 5.ตลาดหนองจอก มีรายรับ 3,743,150.04 บาท รายจ่าย 2,652,326.99 บาท กำไร 1,090,823.05บาท
6.ตลาดสิงหา มีรายรับ 1,030,147.04 บาท รายจ่าย 542,867.31 บาท กำไร 487,279.73 บาท
7.ตลาดรัชดาภิเษก มีรายรับ 1,180,654.96 บาท รายจ่าย 1,430,187.65 บาท ขาดทุน 249,532.69 บาท 8. ตลาดธนบุรี ส่วนเดิม มีรายรับ 39,905,188.26 บาท รายจ่าย 27,696,619 บาท กำไร 12,208,569.26บาท 9.ตลาดธนบุรี ส่วนขยาย มีรายรับ 359,919.30 บาท ไม่มีรายจ่าย กำไรเต็มจำนวน 10.ตลาดราษฎร์บูรณะ มีรายรับ 115,500 บาท ไม่มีรายจ่าย กำไรเต็มจำนวน สาเหตุที่ไม่มีรายจ่าย เพราะกทม.ให้เอกชนมาเช่าที่ดิน ที่ว่าง แผงค้า ตึกแถว ที่จอดรถ
11.ตลาดบางแคภิรมย์ มีรายรับ 556,969.96 บาท รายจ่าย 6,650,217.69 บาท ขาดทุน 6,093,247.73 บาท 12.ตลาดจตุจักร มีรายรับ 132,312,999.88 บาท รายจ่าย 338,744,977.26 บาท ขาดทุน 206,431,977.38 บาท และ 13.ตลาดนัดเมืองมีน มีรายรับ 29,860,160.52บาท รายจ่าย 30,597,367.86 บาท ขาดทุน 737,207.34 บาท
ส่วนสำนักงานตลาด มีรายรับ 5,880,314.53 บาท รายจ่าย 59,923,627.12 บาท ขาดทุน 28,023,278 บาท
รายงานข่าวระบุว่า สาเหตุที่ตลาดบางแคภิรมย์ขาดทุน เป็นเพราะตลาดมีประชาชนน้อย เนื่องจากเดินทางไม่สะดวก ทำให้ผู้เช่าน้อย ไม่สนใจมาเช่าที่เพื่อทำการค้า ขณะเดียวกันตลาดมีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทุกเดือน อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้าง หลายล้านบาทต่อปี
ส่วนที่ตลาดจตุจักร กทม.เช่าที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 เป็นเวลา 10 ปี มีภาระหนี้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการจ่ายค่าเช่าให้กับการรถไฟฯ รวมทั้งมีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทุกเดือน อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้าง หลายล้านบาทต่อปีเช่นกัน ขณะที่ตัวสำนักงานตลาดเอง ก็ไม่มีรายได้เข้ามาอยู่แล้ว มีแต่ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทุกเดือน อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้าง หลายล้านบาทต่อปีด้วยเหมือนกัน