ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 7 ส.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน อยากให้กทม.ตั้งกรรมการตรวจสอบการทุจริตในการอนุญาตก่อสร้างแอชตันอโศกว่า คณะกรรมการ คงไม่มีหลายชุด แต่กรรมการชุดนี้น่าจะทบทวนทั้งหมดและเอากรณีแอชตันเป็นกรณีศึกษา

ส่วนปัญหาการทุจริต นายชัชชาติกล่าวว่า หากใครมีเบาะแส การทุจริต ขอให้แจ้งเข้ามาได้ทันที พร้อมเข้าไปดำเนินการ สำหรับเรื่องของแอชตันมีขั้นตอนในการพิจารณา มีหลักการ ตอนนี้ยังไม่มีใคร แจ้งเบาะแสการทุจริตเข้ามา ถ้าหากมีข้อมูลการทุจริตแจ้งเข้ามาได้

ขณะที่การขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์ นายชัชชาติกล่าวว่า ยังมีไม่มาก น่าจะยังไม่คุ้นชิน จึงต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่อาจมีแรงจูงใจเพิ่ม เช่น ขออนุญาตปกติระยะเวลาพิจารณา 45 วัน แต่หากขออนุญาตออนไลน์ใช้เวลา 30 วัน เป็นต้น ซึ่งอาจช่วยให้มีการขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์มากขึ้นในอนาคต

ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. สำนักการโยธา (สนย.) ได้แจ้งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้บริษัทเจ้าของโครงการรับทราบแล้ว ขณะเดียวกันยังได้แจ้งให้สำนักงานเขตวัฒนา ปฏิบัติตามคำพิพากษา ซึ่งเขตอยู่ระหว่างออกคำสั่ง ให้มายื่นใบขออนุญาตก่อสร้างใหม่ตามมาตรา 41

อย่างไรก็ตาม สนย. จะตั้งคณะกรรมการปรับปรุงแนวทาง การพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกทม. เป็นประธานคณะกรรมการ เพื่อทบทวนข้อมูลและกระบวนการที่มีอยู่ทั้งหมด

นายวิศณุกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกพัฒนาการ ตามแนวถนนศรีนครินทร์ ว่า บริษัทรับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง รับผิดชอบก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกพัฒนาการ พร้อมกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ได้รายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกพัฒนาการ

นายวิศณุกล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดเก็บเนื้องานก่อสร้างหลักๆ และระบบต่างๆ โดยจะเริ่มทดสอบระบบระบายน้ำภายในอุโมงค์ทางลอดวันที่ 16 ส.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่มีฝนตกหนักและมีปัญหาน้ำท่วมขังภายในอุโมงค์ ทางลอด หากผลการทดสอบไม่มีปัญหาอะไร จะเปิดใช้งานอุโมงค์ ทางลอดวันที่ 21 ส.ค.นี้

เบื้องต้นจะเปิดให้ใช้งานช่วงกลางวัน เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด และปิดห้ามใช้ในช่วงกลางคืน เพื่อเก็บรายละเอียดงานก่อสร้างที่เหลือให้แล้วเสร็จสมบูรณ์

นายวิศณุกล่าวต่อว่า สำหรับแผนการเปิดใช้งานอุโมงค์ทางลอดแยกพัฒนาการ จะเปิดให้รถบนถนนศรีนครินทร์ใช้งานทั้งฝั่งขาเข้า ทิศทางมุ่งหน้าแยกบางกะปิ จำนวน 2 ช่องจราจร และฝั่งขาออก ทิศทางมุ่งหน้าแยกบางนา จำนวน 2 ช่องจราจร รวมกับช่องจราจรถนนพื้นราบจำนวน 4 ช่องจราจรไปกลับ รวมช่องจราจรทั้งหมดจำนวน 8 ช่องจราจร ไปกลับ จะช่วยให้การระบายรถบนถนนศรีนครินทร์ผ่านแยกพัฒนาการคล่องตัวมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีความกังวลปริมาณรถที่ผ่านแยกเร็วขึ้นจะไปสะสมที่แยกลำสาลี บางกะปิ มีปัญหาติดขัดส่วนฝั่งขาออก มุ่งหน้าแยกบางนา ไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ เนื่องจากบริเวณทางแยกถัดไป มีทั้งสะพานลอยและอุโมงค์ทางลอดข้ามแยก การจราจรสามารถเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ ประเด็นนี้จะต้องหารือร่วมกับตำรวจเพื่อวางแผนจัดการจราจรรองรับการเปิดใช้งานอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน