‘จุรินทร์’ สั่งตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์เอลนีโญ ชี้ราคาข้าวเปลือกราคาทะยาน 1.2 หมื่นบาท/ตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สั่งกรมการค้าภายในจับตาข้าวถุงแพง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ประชุมร่วมกับทูตพาณิชย์ 58 แห่งทั่วโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมหารือ เพื่อติดตามและประเมินผลกระทบต่อภาคเกษตรของไทยจากกรณีปัญหาเอลนีโญ และสถานการณ์ภัยแล้งในประเทศ และกรณีที่อินเดียประกาศห้ามส่งออกข้าวขาว
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้จัดตั้งวอร์รูมติดตามปัญหาเอลนีโญ และสถานการณ์ภัยแล้ง มอบให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นรองประธาน และผู้แทนส่วนราชการ ทำหน้าที่ติดตามปริมาณผลผลิตและราคาข้าว และพืชผลเกษตร พร้อมทั้งรายงานข้อมูลและเสนอแนวทางในการกำกับดูแลให้ รมว.พาณิชย์ รับทราบทุกๆ 1-2 สัปดาห์ โดยที่ประชุมประเมินว่า เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรไทยในช่วงเดือนพ.ค.-ต.ค. 2566 จะทำให้ผลผลิตข้าวเปลือกปีนี้ปรับลดลงจาก 34.3 ล้านตันปีก่อน เหลือ 32.35 ล้านตัน
“ปีนี้เป็นปีทองของเกษตรกรไทย ราคาข้าวเปลือก เกือบทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้นจนสูงกว่าราคาประกันรายได้แล้ว หลังประเทศอินเดียห้ามส่งออกข้าว ราคาข้าวเปลือกภายในก็ขยับราคาขึ้นไป 7% ขณะที่ปัญหาเอลนีโญ และภัยแล้ง จะทำให้ผลผลิตข้าวเปลือกปีนี้หายไป 2 ล้านตัน จึงสั่งการให้ กรมการค้าภายในตั้งวอร์รูมติดตามราคาข้าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อหาจุดสมดุลว่าราคาข้าวเปลือกที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ราคาข้าวสารแพงเกินสมดุลไหม ถ้าหากราคาแพงเกินไปจะต้องควบคุมให้ผู้บริโภคอยู่ได้ เกษตรกรก็ต้องอยู่ได้ด้วย ภายใต้วินวินโมเดล อย่างไรก็ตาม ผลผลิตข้าวที่ลดลงยังไม่ส่ง ผลกระทบต่อการส่งออกข้าวของไทย”
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า แนวโน้มราคาข้าวเปลือกล่าสุด ราคาข้าวเปลือกสดปรับสูงขึ้นเป็น 1.2 หมื่นบาท/ตัน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แบบไม่เคยปรากฏมาก่อน สูงกว่าราคาประกันตันละ 2-3 พันบาท โดยโรงสีข้าวมีการปรับขึ้น ราคารายวัน ทำให้ผู้ส่งออกไม่สามารถจะซื้อข้าวมาส่งออกได้ เพราะโค้ดราคาไม่ถูก ส่วนเป้าหมายการส่งออกข้าวปีนี้อาจส่งออกได้สูงกว่าเป้าหมายที่ 8 ล้านตัน ขณะที่มูลค่าการส่งออกข้าวทั้งปีนี้จะปรับเพิ่มสูงขึ้นจากเป้าหมาย 20%