เอเอฟพีรายงานวันที่ 7 ส.ค. ว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา ทรงแต่งตั้งพลเอกฮุน มาเนต อายุ 45 ปี บุตรชายคนโตของนายฮุนเซน เป็นนายกรัฐมนตรี สืบทอดอำนาจการปกครองต่อจากผู้เป็นบิดาซึ่งรั้งเก้าอี้ผู้นำมานานเกือบ 4 ทศวรรษ ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชาเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา พรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) พรรครัฐบาล ครองที่นั่งทั้งหมด 125 ที่ในสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งผู้นำกัมพูชาคนใหม่อย่างเป็นทางการ ทั้งพล.อ.ฮุน มาเนต และคณะรัฐมนตรี จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบและชนะการลงมติไว้วางใจจากสมาชิกสภาในวันที่ 22 ส.ค.ที่จะถึงนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ฮุน มาเนต จะมีคณะรัฐมนตรีรุ่นใหม่เข้ามา บริหารประเทศ ถึงอย่างนั้นหลายกระทรวงคาดว่าจะเป็นการส่งต่อเก้าอี้รัฐมนตรีจากรุ่นพ่อ สู่รุ่นลูก ขณะที่นายฮุนเซนยืนกรานว่าจะไม่แทรกแซงการบริหารประเทศของรัฐบาลใหม่ แต่ให้คำมั่นกับประชาชนชาวกัมพูชาว่าจะยังมีบทบาทสำคัญในการเมืองของกัมพูชาต่อไป

ขณะเดียวกันพล.อ.ฮุน มาเนต ระบุในจดหมายถึงพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ว่าตนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เป็นล้นพ้นสำหรับ “โอกาส อันยิ่งใหญ่ที่จะได้รับใช้ชาติ” พร้อมให้คำมั่นว่าจะรักษาสันติภาพ ผลักดันการพัฒนา และปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพในประเทศ

ด้านนายสม รังสี อดีตหัวหน้าพรรคสงเคราะห์ชาติ (ซีเอ็นอาร์พี) ฝ่ายค้าน ที่ถูกศาลสั่งยุบเมื่อปี 2561 และลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศส กล่าวหวังว่ากัมพูชาจะมีเสรีภาพมากขึ้นภายใต้การปกครองของพล.อ.ฮุน มาเนต หรืออาจทำให้ประเทศห่างไกลจากจีน ประเทศที่มีบทบาทและอิทธิพลต่อกัมพูชานั้นน่าจะเป็นการเข้าใจผิด “ผมคิดว่านี่เป็นภาพลวงตา คุณสามารถเปลี่ยนผู้นำได้หลายครั้ง แต่จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะระบบยังคงเหมือนเดิม” นายสม รังสีกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน