เมื่อวันที่ 7 ส.ค. นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยในการประชุมรัฐสภาครั้งต่อไปว่า น่าจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย การล่าช้าออกไปไม่กี่วันคงไม่กระทบโรดแม็ปในการตั้งรัฐบาล แต่ที่พรรคเพื่อไทยกังวลคือปัญหาปากท้อง ราคาพลังงานสูงขึ้น รายได้ประชาชนหดหาย หนี้สินครัวเรือน ยาเสพติดระบาด ปัญหาภัยแล้งเอลนีโญ ปัญหาไทยเสียโอกาสในเวทีโลก เด็กหลุดจากระบบการศึกษา การจัดทำงบประมาณประทศ เป็นต้น
พรรคเพื่อไทยคิดตลอดว่าทำอย่างไรจึงจะมีรัฐบาลมาแก้ปัญหาเหล่านี้ให้เร็วที่สุด เราเอาปัญหาประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ง่วนกับการตั้งรัฐบาลเพื่อมีอำนาจอย่างเดียว นักธุรกิจ นักวิชาการหลายคนก็เห็นว่าควรมีรัฐบาลโดยเร็ว ทางเลือกที่ให้ทอดเวลาไปเกือบปี เพื่อให้สว.หมดอำนาจโหวตนายกฯ แล้วค่อยให้สภาผู้แทนราษฎรโหวตนายกฯ น่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี
พรรคเพื่อไทยเคารพความเห็นต่าง และขอให้ความมั่นใจกับ พี่น้องประชาชนว่า จะเลือกแนวทางที่ดีที่สุด สถานการณ์ตั้งรัฐบาลขณะนี้ไม่ใช่งานง่าย เราไม่ได้วิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ต้องทบทวนสิ่งที่พรรคทำมา สส.ของพรรคเห็นชอบโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกฯ ครบ 141 เสียง และโหวตไม่เห็นด้วยกับญัตติที่ไม่ให้เสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกฯ ครั้งที่สอง ครบ 141 เสียง พรรคไม่ได้บิดพลิ้วเลย
หลังจากที่พรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็ส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทย ซึ่งเราต้องพยายามหาเสียงเลือกนายกฯ ให้ครบ 375 เสียง ขณะนี้ต้องดำเนินการขอเสียงสนับสนุน จึงขอความเป็นธรรมให้เพื่อไทยด้วยว่าพรรคไม่ได้มีทางเลือกมากมาย แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด โดยยึดมั่นประโยชน์ของประเทศและประชาชนมาก่อนประโยชน์พรรค