หลังจากประธานรัฐสภาเลื่อนประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกฯ รอบสามเมื่อวันที่ 4 ส.ค. เพื่อรอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องกรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกฯ รอบสอง ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ระหว่างรอมติศาลรัฐธรรมนูญ ที่นัดประชุมวันที่ 16 ส.ค. บรรดาแฟนคลับพรรคก้าวไกลต่างเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย (พท.) หันมาจับมือกับพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเดิม
ทำให้แกนนำพรรคก้าวไกลออกอาการคล้อยตาม โดยเฉพาะ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล บอกว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ แต่อยู่ที่การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย
ตอนนี้เป็นห่วงว่าการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเลือกนายกฯ ไม่ราบรื่น ไม่อยากเห็นการพลิกขั้วรัฐบาลที่นายกฯ มาจากขั้วอำนาจเก่า
ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีตว่า “หันมาแค่เสียหน้า ไปต่อเสียทั้งหมด”
จนหลายคนมองว่า มีนัยยะถึงพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายวิโรจน์ แจงว่า เป็นเพียงความรู้สึกที่สะท้อนออกมาจากประชาชน ที่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยกลับมาอยู่กับประชาชน เคารพเสียงประชาชนที่ออกมาเลือกตั้ง
พร้อมแนะให้ฝ่ายประชาธิปไตย ลืมความรู้สึก แล้วเปิดใจให้กว้าง ไม่คิดเล็กคิดน้อย มองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ แตกเมื่อไหร่จบเลย
“เรายังทำงานกันได้ กับพรรคเพื่อไทย เรายังมองว่าเป็นเพื่อนเรา” นายวิโรจน์กล่าวสรุป
แต่ก่อนที่กระแสต่างๆ จะปะทุเป็นไฟลามทุ่ง จนสร้างปัญหาต่อการจัดตั้งรัฐบาลขั้วใหม่ พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันเมื่อตอนเย็นวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชู 3 หลักการ คือ ไม่แตะต้อง มาตรา 112 ทั้งการแก้ไขหรืออื่นๆ, ไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และหากมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย จะต้องไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล
ส่วนการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ พรรคภูมิใจไทยจะปฏิบัติตามข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถือว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทย มี 212 เสียง คือเพื่อไทย 141 เสียง บวกกับภูมิใจไทย 71 เสียง จะเป็นเสียงตั้งต้นที่เริ่มจัดตั้งรัฐบาล ถือเป็นเสียงข้างมาก
ขณะนี้มีการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่างๆ และสส. จากหลายพรรคการเมือง มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้ว แต่ยังคงต้องการเสียงสนับสนุนจากสส. และ สว. เพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศ และเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว
เราจึงต้องการเสียงสนับสนุนจากทุกพรรคการเมืองให้มา สนับสนุนนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศ และประชาชนเป็นหลัก
นพ.ชลน่านยืนยันชัดเจนว่า “การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่มีพรรค สองลุง”
แต่ไม่ปฏิเสธเงื่อนไข ถ้าจะมี สส. สว.เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมาสนับสนุนนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล
การันตีอีกเสียงจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทยว่า ในสัปดาห์นี้จะเห็นภาพพรรคเพื่อไทย จับมือตั้งรัฐบาล กับพรรคการเมืองอื่นเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ปิดโอกาสเสียงจากรายบุคคลที่จะสนับสนุนนายกฯ พรรคเพื่อไทย
นั่นทำให้ต้องจับตาว่าการโหวตนายกฯ อาจมีสส.จากพรรค การเมืองที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล และสว.ที่เคยงดออกเสียงในการโหวต นายกฯ จากพรรคก้าวไกลมาเติมเสียงให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่
โดยเฉพาะของสส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในขั้วนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค ที่มีอยู่ 21 คน จากสส.ทั้งหมดของพรรค 25 คน ออกอาการแตกแถว มาปันใจให้เพื่อไทยหรือไม่
และต้องไม่มองข้ามพรรคก้าวไกล ที่ยังมีกระแสเรียกร้องให้ ‘มีน้ำใจ’ ลงมติเลือกนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นฝ่ายค้านก็ตาม
เมื่อถึงเวลา 149 เสียงที่เหลืออยู่ของพรรคก้าวไกล จะชูมือพรึ่บเหมือนเมื่อครั้งเพื่อไทยเทคะแนนให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือไม่
จากสถานการณ์เหล่านี้น่าจะชัดเจนว่าเป็นการปิดประตูตาย ‘สองพรรคลุง’ และจะไม่มีการรีเทิร์นของพรรคก้าวไกลในรัฐบาล เพื่อไทยแน่นอน
แต่ต้องจับตาว่าพรรคเพื่อไทย จะผ่าทางตันระบบการเมืองของประเทศอย่างไร
ส่งแคนดิเดตนายกฯของพรรค ก้าวเป็นนายกฯคนที่ 30 ได้หรือไม่
ฝ่าวิกฤตรัฐธรรมนูญที่สร้างปัญหาอยู่ในปัจจุบันได้อย่างราบรื่นแค่ไหน