จากอดีตข้าราชการครูสู่นักเรียนรู้วิชาเกษตรกรรมตลอดชีวิต
‘ครูพร’ หรือ นายพรศักดิ์ อินนาดอน อดีตข้าราชการครูวัย 70 ปี ผู้ไม่เคยหยุดเรียนรู้ ด้วยความเป็นคนช่างคิด ช่างสังเกต ช่างสงสัย และชอบทดลองพิสูจน์เพื่อหาคำตอบ ใช้เวลาลองผิดลองถูกมา 42 ปี กว่าจะเป็น “บ้านไร่ ครูพร” ทุกวันนี้

ด้วยใจรักอาชีพเกษตรกร เพราะเติบโต มาในครอบครัวชาวไร่ชาวนา ตลอดเวลารับข้าราชการครู นำเงินเก็บหอมรอมริบไปซื้อที่ดินจากชาวบ้านที่เดือดร้อนมาขอความ ช่วยเหลือ ปัญหาที่ดินกำลังจะถูกยึด
จากหนึ่งแปลง เป็นสองแปลง สามแปลง เก็บเล็กผสมน้อยตั้งแต่ปี 2527 รวมกันเป็นที่ดินผืนใหญ่ 46 ไร่ของ “ไร่ครูพร”
ครูพรเล่าว่า ไร่แห่งนี้เป็นเกษตรผสมผสานในแบบฉบับของตัวเอง มีไม้ผลทั้งขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ ไม่ว่ามะม่วง ลิ้นจี่ ลำไย กระท้อน เงาะ ละมุด มะละกอ กล้วย มะปราง มะนาว มะพร้าวน้ำหอม อินทผาลัม มีผลผลิตให้เก็บขายตลอดทั้งปี

ยังมีไก่และบ่อปลากลางไร่ ใช้ทั้งปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีในปริมาณเหมาะสม ที่สำคัญคือ ต้องเว้นระยะเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลอดภัยจากสารพิษจริง ไม่หลอกลวงผู้บริโภค
“เรากินเองอย่างไร ก็ให้คนอื่นได้กินของดี และอร่อยอย่างนั้นด้วย”
ครูพร ย้อนชีวิตให้ฟังว่า เคยผ่านการทำเกษตรพึ่งสารเคมี 100% มาแล้ว จนร่างกายทรุดโทรม เกือบเอาชีวิตไม่รอด จึงคิดได้ว่าขืนทำแบบนี้ต่อไปคงไม่รอดจริงๆ

ทุกวันนี้ยึดหลักทำการเกษตรแบบ “ปลอดสาร” สุขภาพร่างกาย ก็ดีขึ้นเห็นได้ชัด ไม่ทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เหมือนเก่า
เวลาทั้งหมดคลุกคลีอยู่ในไร่ทั้งวัน แต่ก็ยังแข็งแรงและมีความสุขที่ได้ทำ ได้เห็นต้นไม้ที่ปลูกเติบโตงอกงามให้ผลผลิตเลี้ยงครอบครัวและหล่อเลี้ยงคนวัยเกษียณให้อิ่มเอมใจไปด้วย

บ้านไร่ครูพร ยังเป็นแลนด์มาร์กของเพื่อน สว. (สูงวัย) ที่แวะเวียนมาเที่ยวชมไม่ขาด ช่วยคลายเหงา ส่วนมากก็จะมาขอเคล็ดลับ คำแนะนำในการปลูกไม้พืชไม้ผลต่างๆ
ครูพรบอกว่าเคยมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาติดต่อให้ไร่ของครูเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตร แต่ตัดสินใจปฏิเสธไป เพราะคิดว่าแบบที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เปิดให้คนที่รู้จักก็ดี ไม่รู้จักก็ดี แต่สนใจใฝ่รู้อยากได้วิชาการเกษตรไปเลี้ยงตัวเอง เข้ามาเรียนรู้ได้แบบตัวต่อตัวอยู่แล้ว
ครูพรพร้อมถ่ายทอดทุกขั้นตอนแบบหมดเปลือก ทุกเคล็ด ไม่ลับ ไม่กั๊ก ไม่หวงวิชา

หันมาดูผลผลิตในสวน พระเอกที่ครองใจแฟนคลับไร่ครูพร ต้องยกให้ “กระท้อน” ที่ปลูกไว้ 67 ต้น ใช้พื้นที่ประมาณ 6 ไร่ รุ่นแรกปลูกไว้ราว 30 กว่าปี ลำต้นใหญ่เกือบ 2 คนโอบ
รุ่นพิมพ์นิยม คือ “พันธุ์ปุยฝ้าย” ผลใหญ่ ทรงกลมแป้น ผิวเหลืองเนียนนวลมือเหมือนกำมะหยี่ เนื้อในเยอะ ฟูเป็นปุยขาว รสหวานนุ่มกลมกล่อมละมุนลิ้น ส่วนพันธุ์อีหล้ามีแค่ 5-6 ต้น เนื้อฟูน้อยกว่า รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย

ปลูกกระท้อนไม่มีสูตรสำเร็จ ดูแลง่าย ให้ผลผลิตสูง เก็บขายปีละ 1 ครั้ง สามารถเลี้ยงพื้นที่ทั้ง 46 ไร่ให้อยู่ได้สบายๆ
แต่ปีนี้ทำได้ประมาณ 10,000 ลูก น้อยกว่าปีก่อนๆ ที่เคยทำได้สูงสุด 40,000 ลูก นับจากถุงที่ใช้ห่อตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเม.ย. เริ่มเก็บผลผลิตได้ช่วงปลายเดือนมิ.ย. หรือต้นเดือนก.ค. ไม่เกิน 2 เดือนก็ล้างต้น
“ทำไปเรื่อยๆ ทำเท่าที่ไหว มากบ้างน้อยบ้าง ไม่ไหวก็พัก พักแล้วก็ลุกขึ้นมาทำใหม่ เพราะเลือดเกษตรกรอยู่ในดีเอ็นเอแล้ว”

หลังเก็บผลผลิตหมด ก็ตัดแต่งกิ่ง ใส่ ปุ๋ยคอกและปุ๋ยสูตร 15-15 บำรุงแร่ธาตุ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ายังอยู่ในช่วงหน้าฝน คราวนี้สบายแล้ว ไม่ต้องทำอะไรเลย ปล่อยไปตามธรรมชาติ
จนกว่าจะสิ้นฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ตรงนี้คือ “จุดไคลแม็กซ์” ครูพรย้ำนักย้ำหนา ต้องหยุดให้น้ำเด็ดขาด เพื่อให้ต้นกระท้อนผลัดใบ ถ้ายังขืนให้น้ำชุ่มฉ่ำอยู่ตลอด ต้นกระท้อนจะแตกใบใหม่ ไม่แตกช่อดอกที่จะเป็นผล กระท้อนต่อไป
กระทั่งเริ่มเห็นช่อดอกเล็กๆ แทงออกมาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นจึงเริ่มให้น้ำในปริมาณน้อยๆ พอให้เปียก เช่น จากที่เคยเปิดสปริงเกลอร์รดน้ำ 30 นาที ให้ลดลงเหลือ 15 นาที และเริ่มให้น้ำปริมาณเพิ่มขึ้นเมื่อช่อดอกยาวได้ประมาณ 5-10 เซนติเมตร จึงเพิ่มปริมาณน้ำเท่าที่เคยให้ตามปกติ

เท่านี้ก็จะได้กระท้อนดก ผลใหญ่ หากขาดน้ำช่วงช่อดอกยาว ช่อจะร่วง ใบและผลจะไหม้ เหี่ยวแห้งไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ
“น้ำ” คือ หัวใจสำคัญที่สุดของต้นไม้ที่ ต้องใส่ “ใจ” ดูแล เมื่อเราใส่ใจลงไปแล้ว จะเรียนรู้ว่าพืชแต่ละชนิดต้องการน้ำแค่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร
ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เครื่องสูบน้ำใต้ดินมาใช้ ช่วยประหยัดค่าไฟลงไปได้ครึ่งต่อครึ่ง
ศัตรูตัวฉกาจของกระท้อน คือ แมลงวันทอง ที่ไร่ใช้วิธีธรรมชาติในการกำจัด ซึ่ง ครูพรทำเองเรียกว่า “คอนโดแมลงวันทอง”
วิธีคือ ใช้ขวดน้ำ 2 ขวดนำมาสวมต่อกัน จากนั้นใส่น้ำยาเมททิลยูจินอล ล่อแมลงวันทองลงไปในขวด เมื่อลงไปแล้วก็จะไม่สามารถออกมาได้
ส่วนการห่อกระท้อน ใช้ไม้ห่อจากภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่ครูพรนำมาดัดแปลง ปรับความโค้งงอเพื่อให้ห่อได้ง่ายขึ้น

ระยะเวลาการห่อกระท้อน ต้องห่อตอนประมาณผลขนาดเท่าลูกกอล์ฟ หรือใหญ่กว่านั้นก็ห่อได้ถ้าไม่ถูกแมลงวันทองต่อยเสียก่อน สังเกตลูกกระท้อนที่ถูกต่อยจะมียางใสไหลออกมา
ส่วนเคล็ดไม่ลับทำให้กระท้อนหวาน ครูพรมีสูตรปุ๋ยมาบอกก่อนเก็บผลผลิต 7 วัน โดยช่วง 5 วันแรกใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-60 อีก 2 วันก่อนเก็บผลผลิตใส่ปุ๋ยสูตร 10-0-30 แค่นี้กระท้อนก็ฟูหวานอร่อยถูกใจ
ตอนราคาปุ๋ยแพงก็เป็นธรรมดาที่ต้องจ่ายค่าปุ๋ยแพงขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะเราค่อนข้างดูแลตามธรรมชาติ

พร้อมการันตีเก็บผลผลิตสดใหม่ ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เพราะผลผลิตที่ออกเป็นหมื่นๆ ลูก ไม่ต้องห่วงเรื่องหาตลาด แค่ขายที่หน้าบ้านก็ไม่พอแล้ว
สนใจปักหมุดไปที่ ‘บ้านไร่ครูพร’ 107/2 หมู่ 16 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี
พรพิมล แย้มประชา