ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการรื้อถอนโครงสร้างทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง ที่พังถล่มลงมาระหว่างการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการประชุมหารือร่วมกับคณะอนุกรรมการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ผู้รับจ้างก่อสร้าง เรื่องวิธีการรื้อถอนโครงสร้างทางยกระดับอ่อนนุชที่วิบัติ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ วสท. มีข้อเสนอแนะโดย แยกออกเป็นส่วนๆ ดังนี้ เรื่องระบบค้ำยันเสาตอม่อ P85-P87 ที่ เสียหายจะต้องแสดงวิธีคิดแรงด้านข้างที่กระทำกับเสาตอม่อเพิ่มเติม ส่วนรูปแบบที่ฐานรองรับค้ำยันจะมีการปูแผ่นเหล็กหนา 20 ม.ม. พร้อมวางทับด้วยแผ่นคอนกรีตหนา 50 ซ.ม. เพื่อรับโครงเหล็ก H Beam ความสูง 300 เมตร สำหรับใช้ค้ำยันโครงสร้าง นอกจากนี้ขอให้ปรับเสริมโครงสร้างฐานรับให้กว้างเพื่อรองรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น

สำหรับโครงสร้างที่จะมารองรับคอนกรีต บ็อกซ์ เซ็กเมนต์ ที่หักลงมาไปพิงเสาตอม่อนั้น ให้ใช้ไฮดรอลิก แจ๊ก เพื่อถ่ายโอนน้ำหนักลงระบบค้ำยันที่รองรับก่อนจะคลายลวดสะลิงที่ยึดไว้เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระแทก ส่วนวิธีการคลายลวดสะลิงที่ยึดคอนกรีตให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่เสนอ โดยจะค่อยๆ ปลดตามลำดับ และใช้เส้นไฟเบอร์ ตัดลวดสะลิงเป็นหลัก รวมถึงขอให้จัดทำระบบป้องกันเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

ส่วนระหว่างดำเนินการจะติดตั้งเครื่องมือวัดการเคลื่อนตัวที่เกิดขึ้นกับเสาตอม่อเพื่อดูพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย ส่วนขั้นตอนการยก ย้าย โครงสร้างที่รื้อถอนนำไปเก็บ ให้ผู้รับจ้างจัดทำแผนการยกชิ้นส่วนก่อสร้าง (Lifting Plan) โดยแสดงจุดตั้งเครน จุดจอดรถเทรลเลอร์รับขนย้ายไปเก็บ เพื่อดูเรื่องความปลอดภัย ผลกระทบกับการจราจร และกำหนดเวลาดำเนินการที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามหากผู้รับจ้างต้องการเสนอรายละเอียดส่วนเพิ่มเติมมา และ กทม. พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม ก็ให้ดำเนินการได้ โดยระหว่างการจัดทำเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้รับจ้างเข้าไปดำเนินการจัดเตรียมพื้นที่และติดตั้งระบบ ค้ำยันต่างๆ ควบคู่ไปได้ ทั้งนี้ตามแผนงานที่จะดำเนินการติดตั้ง ระบบค้ำยันและกระบวนการรื้อถอนโครงสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จ ปลายเดือนส.ค.นี้

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ติดตามความ คืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่น เชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนพหลโยธิน ช่วงที่ 1-2 โดยได้กำชับเข้มงวดโครงการก่อสร้างฯ ให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน เร่งรัด การก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรถนนพหลโยธินและแบ่งเบาภาระจากถนนรามอินทรา

ทั้งนี้ การก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่นเชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนพหลโยธิน แบ่งออกเป็น 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณซอยวิภาวดีรังสิต 72 ถึงสะพานข้ามคลองลาดพร้าว ระยะทาง 1.910 กิโลเมตร

ในส่วนของสัญญาที่ 2 ช่วงจากสะพานข้ามคลองลาดพร้าวถึง ถนนเทพรักษ์ เป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร ข้ามคลองถนน และถนนพหลโยธิน ลอดใต้ทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไปลงที่ถนน เทพรักษ์ ก่อนถึงสะพานข้ามคลองลำผักชี ระยะทาง 1.16 กิโลเมตร

สำนักการโยธาได้ชี้แจงปัญหาความล่าช้าของโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีการปรับปรุงรูปแบบการก่อสร้างสะพานข้ามคลองลาดพร้าว โดยการนำตอม่อสะพานออกจากคลองเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาอุปสรรคในการระบายน้ำ จึงทำให้เกิดความล่าช้าจากเดิมซึ่งเสร็จสิ้นเดือนมิ.ย.2567 คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนส.ค.2567 อย่างไรก็ตามได้กำชับฝ่ายเทศกิจให้ประสานสน.ในพื้นที่ ดูแลเรื่องการขับขี่ รถจักรยานยนต์บนทางเท้าบริเวณถนนเทพรักษ์ ฝั่งโรงเรียนนิเวศ วารินทร์ ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมากด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน