วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ทำให้เราสามารถมองเห็นพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประดับอยู่ทั่วทั้งแผ่นดิน

เมื่อได้เห็นภาพแม่ของแผ่นดิน จึงทำให้ย้อนนึกไปถึงแม่ผู้มีพระคุณของเรา… ในประเทศอินเดีย เรียกผู้มีพระคุณจนสุดประมาณ สร้างประโยชน์ให้อย่างมากมายมหาศาล เอื้ออาทรในทุกทาง และเป็นรักแท้ที่มั่นคงจนตลอดชีวิต ว่า “แม่” ความเป็นแม่ที่แท้ในวัฒนธรรมอินเดียมิได้เกิดขึ้นเพียงเพราะหญิงผู้นั้นคลอดบุตรออกมา แต่คำว่าแม่ จะเป็นได้ด้วยความตั้งใจ การฝึกฝน และการพัฒนาตน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก เพราะความเป็นแม่ คือ ยอดแห่งปรารถนาในชีวิตของลูกผู้หญิงอินเดีย

และคำว่า “แม่” ยังถูกใช้ยกระดับฐานะให้กับธรรมชาติหรือ สรรพสิ่งที่มีความหมายดังกล่าว คือ ยิ่งใหญ่ มีคุณประโยชน์ เกื้อกูลต่อสรรพชีวิตทั้งปวง เช่น สายน้ำ เพราะให้ชีวิต ให้ความสดชื่น คนอินเดียเกิด-ตายอยู่กับสายน้ำ คือ พอเกิดก็ต้องนำทารกน้อยไปดื่มน้ำคงคา พอตายก็ยังต้องเผาอยู่ริมคงคา ดังนั้น คนอินเดียจึงพร้อมใจกันสถาปนาสายน้ำขึ้นเป็น “แม่น้ำ”

หรือ สัตว์เดรัจฉานอย่าง วัว เพราะให้น้ำนม ให้แรงงาน ให้ประโยชน์จากมูล และให้คุณค่าทางจิตใจเสมือนเพื่อนแท้ที่ไว้ใจได้ในยามยาก จึงถูกยกย่องให้เป็น “แม่วัว” แม้แต่เทพเจ้า เพราะให้คุณ รักผู้คนเหมือนกับลูกตนเอง จึงถูกยกย่องอย่างสูงสุดด้วยความเป็น “เจ้าแม่” หรือ “พระแม่” เช่น พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี พระแม่ปารวตี โดยมีแต่เทพฝ่ายสตรีเท่านั้นที่ถูกมอบตำแหน่งในคุณค่าของความเป็นแม่ ขณะที่เทพฝ่ายบุรุษ กลับไม่ได้ถูกยกขึ้นเป็น “พ่อ” แบบเป็นทางการแต่อย่างใด เช่น พระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม พระพิฆเนศ เป็นต้น ก็เฉพาะแต่ ผู้ที่นับถือเทพเจ้าองค์นั้นเป็นการส่วนตัว จึงอาจเรียกเอาเองว่า องค์พ่อศิวะ องค์พ่อพิฆเนศ แต่ย่อมไม่มีใครเรียก “เจ้าพ่อ” หรือ “พระพ่อ” เป็นแน่

เหตุเพราะ คุณค่าของความเป็นแม่ คือ พระคุณไม่มีสิ่งใดมาเปรียบปานหรือทดแทนกันได้นั่นเอง

ในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า ทรงยกย่องคุณของแม่ไว้สูงดุจพระพรหม เพราะแม่เป็นผู้ให้ชีวิต ให้รักแท้อันมั่นคงไม่แปรเปลี่ยน รักลูกจับใจนับแต่วินาทีที่รู้ว่าตั้งท้อง จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต พระพุทธองค์ทรงอุปมาไว้ขนาดว่า เอาแม่มานั่งบนบ่า แล้วให้ขับถ่ายราดรดทั้งอุจจาระปัสสาวะตลอด 100 ปี ทำนุบำรุงด้วยการอาบน้ำ ทำความสะอาด อบเครื่องหอม ให้ของกินชั้นเลิศ คอยนวดเฟ้นอยู่บนบ่าตลอดเวลาทั้ง 100 ปีนั้น ก็ยังไม่นับว่าตอบแทนคุณให้ชีวิตได้หมดสิ้น

มีแต่การให้หลักประกันความสุขด้วยบุญกุศล บนเส้นทางแห่งการเวียนว่ายตายเกิดเท่านั้น จึงถือเป็นการตอบแทนที่คู่ควรทัดเทียมกันที่สุด ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้า จึงเสด็จขึ้นไปพบพระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อย่างเอิกเกริก ทั้งยังแสดงธรรมโปรดแม่เป็นระยะเวลา 3 เดือนเต็ม จนในที่สุดพระพุทธมารดาได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันบุคคล ไม่มีวันตกต่ำลงสู่อบายภูมิอีกตลอดไป พร้อมกันนั้นเพื่อแสดงคุณของแม่ให้ประจักษ์ พระพุทธองค์จึงทำให้เหล่าเทวดาได้ประโยชน์จากการฟังธรรมครั้งนั้น จนบรรลุธรรมไปตามกันอีกถึง 8 แสนล้านท่าน ซึ่งนับเป็นการบรรลุธรรมของเทวดาจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่ง ในพระชนม์ชีพของพระพุทธองค์

ความยิ่งใหญ่ของแม่นั้น ยังถูกนำมาเป็นชื่อหรือคำต่อท้ายชื่อของบุคคลสำคัญในพระพุทธศาสนา เช่น พระสารีบุตร เดิมชื่อ อุปติสสะ แต่เมื่อเข้ามาบวช พระพุทธเจ้าและหมู่ชนทั้งหลายเรียกท่านว่า พระสารีบุตร ตามชื่อแม่ของท่าน คือ นางสารี เพื่อยกย่องคุณของแม่ท่านที่ให้กำเนิดลูกผู้ประเสริฐเช่นนี้ ส่วนพระโมคคัลลานะ ชื่อเดิมคือ โกลิตะ เมื่อเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ทุกคนกลับเรียกท่านว่า โมคคัลลานะ ตามชื่อของนางโมคคัลลีผู้เป็นแม่

แม้พระราชาแห่งแคว้นมคธอันยิ่งใหญ่ คือ พระเจ้าอชาตศัตรู ผู้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร แต่กลับมีพระนามพระราชมารดาต่อท้ายว่า พระเจ้าอชาตศัตรูเวเทหิบุตร เป็นการบอกให้รู้ว่าใครคือพระราชมารดาของพระองค์ เป็นต้น นี่คือความยิ่งใหญ่ของ “แม่” ที่พระพุทธศาสนาได้กล่าวยกย่องให้ปรากฏแก่โลก

จนถึงปัจจุบัน การออกนามกันเพื่อยกย่องพระคุณของแม่ก็ยังมี ปรากฏให้เห็นในสังคมไทย ด้วยการเรียกกันถึงความเป็นแม่ เช่น คุณแม่น้องมุก คุณแม่น้องเปา คุณแม่น้องนั่น คุณแม่น้องนี่ เป็นต้น แทนที่จะเรียกชื่อกันโดยตรง

เมื่อพระคุณแม่มีความสำคัญเห็นปานนี้ การปฏิบัติต่อแม่จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพึงตระหนักให้มากไว้ ดังนี้

1. หมั่นคอยเอาใจใส่ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ เลี้ยงดูยามแก่เฒ่า เอาใจยามชรา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช้ภาระ แต่เป็นหน้าที่และโอกาสในการสนองคุณ ทำบุญแก่พระผู้ให้กำเนิด อันจะเปิดทางแห่งความเจริญให้ชีวิต

2. ดำรงตนเป็นคนดี มือทั้งสองได้มาเพราะแม่ให้ ความดีที่ทำคือความภาคภูมิใจของแม่ ส่วนความชั่วที่ทำ บาปและความเศร้าหมองก็ตกอยู่ที่ใจคนเป็นแม่

3. หากุศโลบายพาแม่ทำบุญสร้างกุศล ชวนแม่เข้าวัดบ้าง ชวนเข้าคอร์สกรรมฐานบ้าง ซึ่งบางครอบครัวก็ง่าย บางครอบครัวก็ยาก ถ้าครอบครัวไหนพูดเรื่องบุญกุศลแล้วแม่หน้านิ่วคิ้วขนวด ก็ต้องค่อยๆ ลองหากุศลวิธี ฉลาดพาทำบุญให้มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นหน้าที่ของลูกโดยตรง แต่ถ้าแม่เสียชีวิตแล้ว ก็หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้อย่างสม่ำเสมอ

4. ทุกการกระทำที่ทำกับแม่ ไม่ว่าดีหรือเลว มากหรือน้อย จะย้อนกลับคืนมาหาเราทั้งหมด ผ่านทาง “ลูกของเราเอง!!” ถ้ายิ่งทำไม่ดีมากเท่าไหร่ ก็อาจได้จากลูกกลับคืนมาอีกหลายเท่าตัว จนน่าสยดสยอง

5. การละเลยพระคุณแม่ คือ การสร้างเหตุที่จะทำคุณกับใครไม่ขึ้น เพราะขนาดบุคคลผู้มีคุณที่สุดด้วยการให้ชีวิต ยังมิรู้จักตอบแทน กฎแห่งกรรมย่อมจัดสรรผลแห่งกรรมนั้นมาสนองในรูปแบบของ การทำคุณกับใคร ดีเท่าไหร่ ให้มากขนาดไหน สุดท้ายก็กลับโดนเนรคุณ หักหลัง อยู่วันยังค่ำนั่นเอง

พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน