นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือน ก.ค.2566 ว่า ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 14 เดือนนับจาก มิ.ย.2565 ส่งผลให้ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม โอกาสหางานทำ และรายได้ในอนาคต ปรับลดลงทุกรายการ ขณะที่ดัชนีความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมือง เดือน ก.ค.2566 ปรับลดลงเร็วและแรงมากถึง 5 จุดคือ ปรับจากระดับ 57.8 เป็น 52.9
สาเหตุที่ทำให้ความเชื่อมั่นตกลงเป็นครั้งแรกในรอบ 14 เดือน เพราะคนเริ่มกังวลกับความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาลและเสถียรภาพทางการเมือง ไม่แน่ใจว่าจะตั้งรัฐบาลได้เมื่อไหร่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ ปัญหาค่าครองชีพที่ยังทรงตัวสูงโดยเฉพาะค่าไฟฟ้า รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ยังเพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลกระทบทำให้การส่งออกของไทยปีนี้อาจขยายตัวติดลบมากกว่า 2%
“การตั้งรัฐบาลที่ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบแผ่วลง เพราะคนมีความเชื่อมั่นลดลง ทำให้ลดการใช้จ่ายในปัจจุบันและอนาคต ขณะที่รัฐบาลรักษาการทำให้แค่ประคองเศรษฐกิจ ทำให้เม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้หายไปราว 5-8 หมื่นล้านบาทแล้ว ซึ่งอาจทำเศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้แค่ 3-3.3% ต่ำกว่าเป้าคาดการณ์ที่ 3.5%”