ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้จากไปอย่างสงบ ในวัย 83 ปี หากแต่ผลงานหลายชิ้นยังคงเป็นดั่งหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย ที่ยังคงตั้งคำถาม ชี้เป้า และให้คำอธิบายถึงความเป็นไปได้ทางประวัติศาสตร์ที่คนทั่วไปอาจมองไม่เห็น เพราะเคยนำเสนอข้อมูลใหม่ทางประวัติศาสตร์และสังคมร่วมสมัยให้แก่ผู้อ่าน นักวิชาการ และปัญญาชนทั้งหลายไปแล้ว

ผลงานหนังสือแนวประวัติศาสตร์และการเมืองอันเป็นที่เลื่องชื่อในแวดวงงานวิชาการ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ถือเป็นอีกบุคคลสำคัญอันเป็นที่จดจำ

ผู้ที่มีบทบาทในฐานะนักเขียน นักวิชาการ อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี และปัญญาชนคนสำคัญของไทยที่ได้สร้างสรรค์ผลงานหลายชิ้น ท่านถือเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ ในศาสตร์ต่างๆ หลากหลายด้าน และยังได้รับการยอมรับจากผู้คนในสังคมโดยเสมอมา

“สำนักพิมพ์มติชน” เปิด 6 ปก ผลงานอันทรงเกียรติและคุณค่าที่จะตราตรึงและตอกย้ำถึงคุณูปการทางวิชาการที่เคยฝากไว้แก่สังคมไทย ดังนี้

กรุงแตก, พระเจ้าตากฯ

และประวัติศาสตร์ไทย

“นิธิ เป็นนักประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนนักประวัติศาสตร์ทั่วไป ข้อที่ไม่เหมือนใครอันเด่นชัดประการหนึ่งคือ ความผูกพันและพันธะที่เขามีต่อการศึกษาค้นคว้าและวิจัยในวิชาประวัติศาสตร์นั้น ไม่ได้การรับรองและกระตุ้นให้งอกเงยเติบใหญ่จากชุมชนวิชาการ และสถาบันทางวิชาการเป็นสำคัญ หากแต่คำถามและคำตอบ เชิงวิชาการประวัติศาสตร์นั้น เขาได้มาจากปฏิสัมพันธ์กับสังคม และรัฐ

ข้อต่างอีกประการหนึ่งที่ทำให้ความเป็นนักประวัติศาสตร์ของอาจารย์นิธิเด่นกว่าคนอื่นๆ ก็คือความรู้อันลึกซึ้งด้านอักษรศาสตร์ ทั้งภาษาศาสตร์และวรรณกรรม (ในความหมายที่กว้าง) โดยเฉพาะความดูดดื่มทางวรรณกรรมและภาษาได้เป็นเสมือนตาน้ำอันไม่เหือดแห้งในวิญญาณของวิชาการของนิธิ”

จาก นิธิ เอียวศรีวงศ์ กับประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย โดย ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://matichonbook.com/category/index?id=499

โขน, คาราบาว, น้ำเน่าและหนังไทย

“ถ้าจะเปรียบข้อเขียนของอาจารย์นิธิเป็นละคร และตัวอาจารย์เองเป็นนายโรง ทั้งแต่ง กำกับ และแสดงเองด้วย ก็จะเห็นได้ว่ากลวิธีของอาจารย์นิธิ คือการเล่นบทบาทหลักสองบทไปพร้อมๆ กัน บทหนึ่งคือบทพระฤๅษีที่ทรงภูมิ เป็นผู้ให้ความรู้และความเข้าใจแก่ผู้อ่านหรือผู้ชม รวมทั้งให้คติเตือนใจไปด้วยเมื่อละครจบ ส่วนอีกบทหนึ่งนั้น เป็นบทของตัวตลกที่เล่นสนุกสนานเฮฮากับคนดู คุยกับคนดูด้วยสำเนียงแบบชาวบ้านจนคนดูติดอกติดใจ”

จากกุศโลบายและกุสุมรสในงานเขียนของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ โดย ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://matichonbook.com/category/index?id=499

ผ้าขาวม้า, ผ้าซิ่น, กางเกงใน และ ฯลฯ

ว่าด้วยประเพณี, ความเปลี่ยนแปลงและเรื่องสรรพสาระ

“ที่นิธิผลิตสิ่งที่ผมเห็นว่าเป็น “คู่มืออ่านวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย” ออกมาได้…คือเป็นอาลักษณ์ผู้จดบันทึกวัฒนธรรมไทยในระยะ หัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ จากเศรษฐกิจเพื่อการยังชีพ มาสู่เศรษฐกิจการตลาด จากสังคมเกษตรกรรม มาสู่สังคมอุตสาหกรรมและสารสนเทศ จากวิถีชีวิตตามประเพณีแบบเก่า ซึ่งประกอบไปด้วยชุมชนชาวนากับราชสำนักของเทวราชามาสู่วิถีชีวิตสมัยใหม่

แน่นอนว่าบันทึกแบบนี้มีผู้จดจำมาก แค่ความแตกต่างโดดเด่นของนิธิอยู่ตรงสิ่งที่เขาบันทึกและวิธีการอ่านหรือสังเกตเฉพาะตัวของเขา”

จากการอ่านวัฒนธรรมไทยของนิธิ เอียวศรีวงศ์ โดย ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://matichonbook.com/category/index?id=499

ชาติไทย เมืองไทย แบบเรียน และอนุสาวรีย์

ว่าด้วยวัฒนธรรม, รัฐ และรูปการจิตสำนึก

รวมบทความวิเคราะห์วิจารณ์ของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ว่าด้วยเรื่องของการสร้างชาติไทย ชาตินิยม การกล่อมเกลาผ่านแบบเรียน สงครามอนุสาวรีย์ระหว่างสองรัฐ และรัฐธรรมนูญที่ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์

ว่าด้วยเรื่องปัจจัยนานาประการที่อยู่เบื้องหลังการสร้างรัฐชาติและการปกครอง (หรือครอบงำความคิด) ของประชาชนด้วยการใช้แบบเรียนเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่แนวคิดว่าด้วยความรักชาติ การสร้างชาติ ชาติไทย ความเป็นไทย โดยสิ่งที่ผู้เขียนนำเสนอนั้นคือการปลูกฝังจิตสำนึกร่วมกันโดยใช้แบบเรียนเป็นเครื่องมือในการกล่อมเกลา และมีจุดเริ่มต้นจากหมู่บ้านและครอบครัว จนกระทั่งสู่มหภาคอย่างกระบวนการศึกษาของรัฐ

ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นประวัติศาสตร์วิพากษ์ ที่ต่อยอดให้คนรุ่นหลังหันมามองประวัติศาสตร์ไทยในมุมที่ไม่เคยมองมาก่อน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://matichonbook.com/category/index?id=499

การเมืองไทย สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี

“เขาตายแต่ชื่อยัง แต่ตายอย่างไรยังบอกไม่ได้”

พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงเป็นมนุษย์ที่มีกิเลส ตัณหา และความ สง่างามของการเสียสละอันรุ่งโรจน์ คละเคล้าปะปนกันในการกระทำเหมือนมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่อื่นๆ ทรงเป็น “ชายร่างเล็ก” แต่พระราชประวัติและวีรกรรมของพระองค์ยิ่งใหญ่นัก เป็นเหตุให้มีผู้แต่งเติมเสริมต่อเรื่องราวของพระองค์ออกไปจนดูราวกับ “นิยาย” ทั้งๆ ที่สาระสำคัญของพระราชประวัตินั้นนิดเดียว

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://matichonbook.com/category/index?id=499

บ้านเมืองของเราลงแดง :

แง่มุมทางสังคมและวัฒนธรรมของรัฐประหาร 6 ตุลาคม

“ชนชั้นนำมองเห็นภยันตรายของการเมืองแบบเลือกตั้ง ซึ่งปล่อยให้นักศึกษาที่ไม่มีเดิมพันโดยตรงในการเมืองหรือเศรษฐกิจใช้อุดมการณ์ที่ไม่เป็นมิตรกับชนชั้นนำชี้นำ การเมืองมากเกินไป จึงร่วมมือกับคนชั้นกลางซึ่งกำลัง “ลงแดง” โค่นล้มการเมืองแบบเลือกตั้งลง”

เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 นั้น ใครคือผู้สั่งการให้กองกำลังติดอาวุธของรัฐบาลบุกเข้าไปทลายผู้ชุมนุมประท้วงภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างเหี้ยมโหด? การจับกุมตัวแทนนักศึกษาที่บ้านพักนายกรัฐมนตรีในตอนเช้ามืดวันนั้นเป็นการจัดการของใคร และเพราะเหตุใดนายกรัฐมนตรีท่านนั้นจึงไม่อาจรับผิดชอบเหตุการณ์ใดๆ ได้ ทำไมการโกหกหลอกลวงว่าในมหาวิทยาลัยแห่งนั้นมีอาวุธสงครามอยู่มากมายจึงมิได้เป็นเรื่องที่น่าละอาย หากกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้สึกว่าจะต้องรับผิดชอบกับถ้อยคำเหล่านั้น ทั้งในเวลานั้นและต่อมา

นี่ยังไม่ต้องนับไปถึงปัญหาที่ว่า ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดนั้น ซึ่งแม้แต่บัดนี้ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้…

ผู้เขียน : เบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน

ผู้แปล : ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, เกษียร เตชะพีระ

คำตามโดย : นิธิ เอียวศรีวงศ์

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://matichonbook.com/category/index?id=499

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน