วันที่ 13 ส.ค.เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ไฟป่าในเกาะเมาวี รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกาว่า ประชาชนไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นในประเด็นการรับมือภัยพิบัติไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดของสหรัฐอเมริกาในรอบกว่า 100 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 89 รายและคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก

ภัยพิบัติไฟป่าทำให้อาคาร บ้านเรือน ร้านอาหารและโรงแรมมากกว่า 2,200 แห่งเสียหายหรือถูกทำลาย ในเมืองลาไฮนา เมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ เคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรฮาวายราบเป็นหน้ากลอง คาดว่าเสียหายมูลค่า 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1.9 แสนล้านบาท รวมถึงทำให้ประชาชนหลายพันคนไร้ที่อยู่ เจ้าหน้าที่รัฐฮาวายเริ่มสอบสวนประเด็นในการจัดการไฟป่า ซึ่งประชาชนระบุว่า ไม่มีการเตือนภัยไฟไหม้ และเนื่องจากรัฐฮาวายคุ้นเคยกับหายนะทางธรรมชาติ ทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟที่ยังทรงพลัง สึนามิ แต่สำหรับไฟป่าครั้งนี้กลับไม่มีคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ จึงเกิดคำถามและความไม่พอใจจากประชาชนจำนวนมาก

ประเมิน – นายจอช กรีน ผู้ว่าการรัฐฮาวายลงพื้นที่เมืองลาไฮนาที่ถูกไฟป่าไหม้ เสียหายทั้งเมือง ขณะที่ชาวบ้านไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ไม่เตือนภัยและไม่สั่งอพยพ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 89 ราย เมื่อ 12 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น (เอพี)

น.ส.วิลมา รีด ผู้ประสบภัย อายุ 63 ปี ซึ่งบ้านพังเสียหายในกองเพลิงทั้งหลังกล่าวว่า ภูเขาที่อยู่ข้างหลังบ้านประชาชนเกิดไฟไหม้ และไม่มีใครแจ้งเตือน ไม่มีคำสั่งอพยพประชาชน จนกระทั่งเกิดโศกนาฏกรรมรวมถึงต้นไทร คู่ชุมชน เก่าแก่อายุ 150 ปี ถูกเผาเหลือแต่ลำต้น

นายจอห์น เพลเลเทียร์ ผู้บังคับการตำรวจบนเกาะเมาวีระบุว่า เพียงแค่พื้นที่ส่วนหนึ่งของพื้นที่ภัยพิบัติที่ถูกเจ้าหน้าที่ค้นหาและมีเพียงเหยื่อ 2 รายเท่านั้นที่สามารถระบุตัวตนได้ในขณะนี้ เนื่องจากเหยื่อที่เหลือมีสภาพศพถูกไฟไหม้รุนแรง น.ส.จิล โตกุดา สส.รัฐฮาวายระบุว่า เจ้าหน้าที่ประหลาดใจในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดยระบุว่า ประเมินความร้ายแรงและความเร็วของไฟป่าต่ำเกินไป ตำรวจยังไม่อนุญาตให้ประชาชนกลับเข้าเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน