ประจวบฯ – นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาล จ.ประจวบฯ เผยว่า หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เสนอให้การประชุมครั้งต่อไปในเดือนกันยายนนี้ จังหวัดควรเชิญตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เจ้าของโครงการรถไฟทางคู่ร่วมประชุมเพื่อชี้แจงมาตรฐานความปลอดภัย เนื่องจากการรถไฟฯแจ้งว่าภายในสิ้นปีนี้จะเปิดใช้รถไฟทางช่วงนครปฐมถึงชุมพร จากการติดตามความคืบหน้าในการสร้างสะพานเกือกม้าข้ามรถไฟทางคู่ ตั้งแต่ อ.เมืองถึง อ.บางสะพานน้อย บางแห่งเปิดใช้งานโดยใช้ไฟส่องสว่างบนสะพานจากเสาไฟโซลาร์เซลล์มีปัญหากับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชินเส้นทางนอกจากนี้ทุกสะพานผิวถนนมีปัญหาเนื่องจากผิวถนนไม่เรียบ ผู้รับเหมาไม่ราดยางแอสฟัลต์ ขอให้ผู้รับเหมาก่อสร้างรถไฟทางคู่พิจารณาเปิดช่องทางระบายน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในบางจุด

ด้านนายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พร้อมยื่นกระทู้สดในสภา ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม การรถไฟฯชี้แจงเหตุผลในการก่อสร้างสะพานข้ามรถไฟทางคู่ตั้งแต่เขตเทศบาล ประจวบฯ ถึง อ.บางสะพานน้อย เหตุใดจึงมีคุณภาพไม่เหมาะสมกับราคาก่อสร้างหลายพันล้าน เนื่องจากผิวจราจรไม่เรียบ หากไม่พร้อมก็ไม่ควรเปิดให้ประชาชนใช้เส้นทาง และการรถไฟฯควรแจ้งให้ประชาชนในท้องถิ่นรับทราบว่าสะพานแห่งใดกรรมการตรวจงานจ้างได้รับมอบจากผู้รับเหมาแล้ว หากมีการรับมอบแล้วสะพานยังมีปัญหาผิวไม่เรียบ จะเชิญผู้เกี่ยวข้องทดลองใช้เส้นทางพร้อมกันเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ผิวถนนบนสะพานลอยที่เปิดใช้งานชั่วคราวข้ามรถไฟทางคู่ที่หัวประแจทิศใต้ ชุมชนนารอง เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ สภาพผิวถนนไม่เรียบ บางจุดยังก่อสร้างไม่เสร็จ เช่นเดียวกับสะพานที่บ้านหนองหิน บ้านหว้ากอ ต.คลองวาฬ สะพานบ้านหนองพรม ต.ห้วยทราย สะพานข้ามวัดสมุทธาราม สะพานห้วยยาง ต.ห้วยยาง สะพานทับสะแก สะพานโตกตาหอม อ.ทับสะแก สะพานบ้านกรูด อ.บางสะพาน พบว่าประสบปัญหามากที่สุดกับผิวจราจรไม่เรียบ ไฟส่องสว่างไม่มีมาตรฐาน บางแห่งผู้รับเหมาในพื้นที่รับงานต่อจากผู้ประมูล จ่ายค่าแรงล่าช้าทำให้มีการทิ้งงาน บางแห่งผู้รับเหมาทิ้งงานนานกว่า 9 เดือน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน