กทม. – น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการโรงฆ่าสัตว์กรุงเทพมหานครว่า คณะกรรมการบริหารจัดการโรงฆ่าสัตว์กรุงเทพมหานคร ได้ประชุมหารือ ใน 2 ส่วน ส่วนแรกโรงสุกร ซึ่งสำนักอนามัย (สนอ.) ร่วมกับสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล (สยป.) จัดกิจกรรมเข้าเยี่ยมชม และให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงฆ่าสุกรของกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17- 21 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เข้าเยี่ยมชม โรงฆ่าสุกรฯ จำนวน 8 หน่วยงาน ได้แก่
1.คณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล 2.คณะสัตวแพทย ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3.คณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ 4.สัตวแพทยสภา 5.เทศบาลเมืองกาญจนบุรี 6.โรงชำแหละ เนื้อสุกรสระแก้ว (CPF) 7.โรงแปรรูปสุกรบางคล้า และ8.บริษัทสุพรรณ อินเตอร์พอร์ค จำกัด
น.ส.ทวิดากล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปและวิเคราะห์ผลข้อคิดเห็น และจัดทำแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่โรงฆ่าสัตว์กรุงเทพมหานคร โดยกำหนดแนวทางการศึกษาไว้ 2 รูปแบบ คือ 1.การเปิดให้มีการดำเนินโครงการกิจการโรงฆ่าสัตว์ต่อ และ2.ปรับเปลี่ยนรูปแบบ การใช้งานพื้นที่ในลักษณะอื่น ซึ่งทั้ง 2 แนวทางการศึกษาจำเป็น ต้องมีการพิจารณาการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะต้องทำการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility) ให้รอบด้าน พร้อมเชื่อมโยงกับนโยบายผู้ว่าฯกทม.และยุทธศาสตร์ของ กทม. ในระยะยาว ประกอบกับทบทวนบทบาทภารกิจของหน่วยงานและการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ส่วนที่ 2 โรงโค-กระบือ หลังจากได้รับมอบคืนพื้นที่จากบริษัทอินชา 786 จำกัด เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักอนามัย (สนอ.) ได้แต่งตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบทรัพย์สิน โดยเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องส่งผู้เชี่ยวชาญร่วมเป็นคณะทำงาน
น.ส.ทวิดากล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์และเครื่องจักรมีการชำรุดเสียหาย คณะทำงานฯ ได้ประเมินราคาของอุปกรณ์และเครื่องจักร ได้แก่ เลื่อยผ่าซาก เลื่อยผ่าอก และระบบควบคุมเครื่องจักร มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 2,166,750 บาท จึงทำหนังสือถึงบริษัทฯให้ชำระค่าเสียหายแล้ว 2 ครั้งภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แต่บริษัทฯ ยังคงเพิกเฉย สนอ. จึงส่งเอกสารหลักฐานให้สำนักงานกฎหมายและคดี ส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณา จัดพนักงานอัยการว่าต่างฟ้องคดีเรียกให้บริษัทฯ ชดใช้ค่าเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของพนักงานอัยการ เพื่อจัดทำคำฟ้องและยื่นต่อศาลภายในวันที่ 23 ส.ค. นี้
สำหรับโครงการจัดตั้งโรงฆ่าสัตว์ กทม. มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแหล่งผลิตเนื้อสัตว์ที่สะอาด ปลอดภัย และปลอดสารตกค้าง สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเนื้อสัตว์ได้ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับนักศึกษาและผู้ที่สนใจ ประชาชนได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพ มีสุขภาวะอนามัยที่ดี โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2547 มีพื้นที่ 50 ไร่ บนถนนพุทธมณฑลสาย 3 เขตหนองแขม โดยให้ภาคเอกชนเช่าบริหารโรงชำแหละและแปรรูปเนื้อสัตว์ คือ โรงฆ่าโค-กระบือ และโรงฆ่าสุกร ระยะเวลาการเช่า 15 ปี
ทั้งนี้ ในปี 2564 กทม.ได้บอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินและทรัพย์สิน โรงฆ่าสุกร กับคู่สัญญากรณีผิดนัดชำระค่าเช่า และได้ดำเนินการส่งฟ้อง คดีแพ่งผู้เช่าโรงฆ่าสุกร