หอการค้าขานรับแจกเงินดิจิทัล 5 แสนล้านบาทปลุกเศรษฐกิจโตเพิ่ม 3% แต่แนะดูความคุ้มค่า-กระทบฐานะคลัง จี้รัฐบาลใหม่อัดมาตรการกระตุ้นปลุกกำลังซื้อเริ่มซบเซา
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาภาคเอกชนติดตามความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นเมื่อพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสามารถรวบรวมเสียงได้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แต่สิ่งสำคัญคือเสถียรภาพของรัฐบาลที่จะต้องมีเสียงเพียงพอและเข้มแข็ง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความต่อเนื่อง โดยรัฐบาลชุดใหม่ควรได้ภายในส.ค.-ก.ย. ซึ่งไม่ช้าเกินไป แต่ควรตั้งให้เร็วที่สุด เพราะประเทศมีประเด็นท้าทายสำคัญหลายเรื่อง
“ข้อเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแลทันทีคือการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน และลดต้นทุนภาคเอกชนทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า และปัญหาการส่งออกที่ชะลอตัวติดลบต่อเนื่อง 8-9 เดือน รวมทั้งต้องเร่งเสริมภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายและถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของปี และ เร่งจัดทำงบประมาณรายจ่าย 2567 สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ จากต่างชาติ โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสที่จะเติบโตได้ 3.0-3.5%”
นายสนั่นกล่าวยอมรับว่า เศรษฐกิจภายในประเทศยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะกำลังซื้อของประชาชนที่สะท้อนจากการซื้อสินค้าคงทนตั้งแต่ช่วงเดือนมิ.ย. 2566 มีแนวโน้มลดลง เป็นสัญญาณว่าประชาชนไม่มีรายได้และระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น สถานการณ์เช่นนี้จำเป็นต้องมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทันที อาทิ โครงการคนละครึ่ง เพื่อ ดึงกำลังซื้อกลับมา
ทั้งนี้ กรณีพรรคเพื่อไทยสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และนำเอานโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจแบบทันทีนั้น ในหลักการสามารถทำได้แต่ต้องประเมินผลความคุ้มค่า ในแง่เศรษฐกิจ เพราะใช้งบประมาณมหาศาลราว 5 แสนล้านบาท น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้นได้ประมาณ 2.5-3% เกิดเม็ดเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 3-4 รอบ
อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวยังมีข้อเป็นห่วงจากหลายฝ่าย ทั้งที่มาของแหล่งงบประมาณว่าจะมาจากแหล่งใด จะกระทบต่อฐานะการคลังหรือไม่ ควรทำแบบพุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่เดือดร้อนหรือไม่ และนำงบประมาณบางส่วนไปใช้เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การจ้างงาน หรือการลงทุนในสาธารณประโยชน์จะเกิดความคุ้มค่ากว่า
“หอการค้ามั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเติบโตอย่างเต็มที่จากแรงขับเคลื่อนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ดังนั้น ภาคเอกชนหวังว่าการจัดตั้งรัฐบาลควรเป็นไปอย่างรวดเร็ว เรียบร้อย และมีเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายต่างๆ ได้”