แม้แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) จะยืนยันสมการจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้ยังอยู่ที่ 278 เสียง

ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 141 เสียง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 71 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 2 เสียง

พรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรคพลังสังคมใหม่ (พสม.) พรรคท้องที่ไทย (ท.) พรรคละ 1 เสียง รวมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ประกาศจะยกมือให้กับพรรคเพื่อไทยอีก 40 เสียง

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่มีสส. 36 เสียงนั้น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ขอให้รอมติพรรค และยังมีพรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.) อีก 1 เสียงที่พร้อมจะโหวตนายกฯ ให้เพื่อไทย

หากมีการมัดรวม 12 พรรคนี้จัดตั้งรัฐบาล จะได้ 315 เสียง

ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคหนึ่ง กำหนดให้มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 36 คน ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีก 35 คน

ล่าสุดมีข่าวพรรคเพื่อไทยแบ่งสัดส่วนโควตารัฐมนตรีตาม จำนวนสส.ของแต่ละพรรค โดยใช้สูตร สส. 9 คนได้ 1 เก้าอี้

เบื้องต้นจะเป็นสัดส่วน ดังนี้ พรรคเพื่อไทย 16 เก้าอี้, พรรคภูมิใจไทย ได้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ 4 เก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการ 4 เก้าอี้, พรรคพลังประชารัฐ ได้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ 2 เก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 เก้าอี้, พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รัฐมนตรีว่าการ 2 เก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 เก้าอี้, พรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคประชาชาติ ได้รัฐมนตรีว่าการ พรรคละ 1 เก้าอี้

ทันทีที่ข่าวกระพือออกมา คณะเจรจาตั้งรัฐบาลของพรรค เพื่อไทยประสานเสียงตรงกัน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า เป็นเพียงแค่การเสนอแนะ ความคิดเห็นหรือวิเคราะห์กันเองของแต่ละบุคคลที่ให้ข่าวเท่านั้น ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีกับพรรคใดทั้งสิ้น เพราะต้องรอให้การโหวตแคนดิเดตนายกฯ เสร็จสิ้นก่อน ถึงตอนนั้นรายชื่อครม.ของจริง จะเกิดขึ้นหลังได้นายกฯ แล้ว

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย บอกว่า เข้าใจแนวทางปฏิบัติเรื่องการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในอดีต แต่การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ถือเป็นสถานการณ์พิเศษ เมื่อมีการลงมติเลือกนายกฯ เสร็จสิ้นแล้ว เรื่องต่างๆ จึงค่อยมีการพูดคุยกัน

แต่เงื่อนไขให้โหวตนายกฯ ก่อนแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี ทางพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลไม่โอเค เพราะเท่ากับเป็นการ ‘ตีเช็คเปล่า’ จึงยื่นข้อเสนอต่อพรรคเพื่อไทย ให้แบ่งกระทรวงให้ชัดเจนก่อนการลงมตินายกฯ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันต้องมีการตกลงกระทรวงให้ชัดเจนก่อนวันโหวตนายกฯ ที่ผ่านมามีการพูดคุยกันมาตลอด เบื้องต้นภูมิใจไทยได้โควตารัฐมนตรี 4+4

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ตามประเพณีที่ทำมาต้องมีการพูดคุยให้ได้แนวทางที่ชัดเจนในระดับนึงก่อน เพราะมีหลายพรรคการเมืองเข้ามาทำงานร่วมกัน คงต้องมีการพูดคุยกันเยอะหน่อย

เช่นเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค รวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า หากพรรครวมไทยสร้างชาติเข้าร่วมรัฐบาล เรื่องโควตารัฐมนตรีต้องชัดเจนก่อนโหวตนายกฯ

จุดนี้พรรคเพื่อไทยจะเสียงแข็งเช่นเดิมคงไม่เป็นผลดี

นายภูมิธรรม จึงบอกว่า ต้องชัดเจนก่อนว่ามีคนพร้อมร่วมรัฐบาลเท่าไหร่ เท่าที่ฟังพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พูดทางบวกให้ใช้นโยบายเป็นแกนกลางกำหนดนโยบายทำงาน ดูใครเหมาะสม ใครเป็นหลักเป็นรอง ถ้าคุยด้วยผลประโยชน์ประเทศชาติ คุยได้หมด

“คิดว่าประเด็นกระทรวงต่างๆ จะเสร็จสิ้นใกล้เคียงกับการโหวตนายกฯ ขอดูเวลาที่เหมาะสมจะทำให้มันชัด”

เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่านอกจากรอความชัดเจนจากพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว ยังรอท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีอีก 25 เสียงด้วยว่าจะโหวตนายกฯ เพื่อไทยที่ส่ง นายเศรษฐา ทวีสิน นั่งเก้าอี้หรือไม่

วันโหวตนายกฯ จะเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 16 ส.ค.ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นขอให้พิจารณากรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกฯ รอบสอง ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

เบื้องต้นคาดกันว่าประธานรัฐสภาอาจนัดลงมติเลือกนายกฯ วันที่ 18 ส.ค.หรือ 22 ส.ค.

พรรคเพื่อไทยจึงเตรียมปิดดีลพรรคร่วมรัฐบาล และสรุปโควตารัฐมนตรีให้จบก่อนวันโหวตนายกฯ

เป้าหมายคือ ปลายเดือนส.ค.หรือต้นก.ย.นี้จะได้รัฐบาลมาบริหารประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน