พรรคเพื่อไทยมั่นใจเสียงโหวตเลือก นายกฯของที่ประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 22 ส.ค.นี้
ชื่อของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จะผ่านฉลุย ชนิดม้วนเดียวจบ
หากในมุมมองนักวิชาการเห็นต่างออกไป
ยุทธพร อิสรชัย
คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
คิดว่าการจะเลือกนายกฯ 22 ส.ค.นี้แบบม้วนเดียวจบคงไม่ง่าย เพราะนายเศรษฐา ยังมีปัจจัยส่วนบุคคลที่เป็นเงื่อนไขหลายอย่าง เช่น กรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หยิบยกเรื่องซื้อขายที่ดินมาเป็นประเด็น ทำให้พรรคเพื่อไทย และนายเศรษฐาต้องตอบคำถามต่อสังคม
นอกจากนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รับคำร้องการเลือกนายกฯ ซ้ำ ไว้พิจารณา หมายความว่าจะทำให้ญัตติการห้ามโหวตซ้ำยังคงอยู่ ส่วนจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ที่แน่ๆ ยังมีผลบังคับใช้อยู่
เมื่อมีผลบังคับใช้อยู่เท่ากับว่ากระบวนการโหวตนายกฯทำได้ครั้งเดียว เรื่องนี้นอกจากจะไปตัดชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรค ก้าวไกลแล้ว ทางหนึ่งยังเป็นการบีบนายเศรษฐา และพรรคเพื่อไทยด้วย เพราะจะทำให้แคนดิเดต นายกฯ ของเพื่อไทยโหวตได้คนละหนึ่งครั้ง
หากนายเศรษฐา พลาด อาจไม่มีโอกาสเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้ามาในสถานการณ์ที่เสี่ยงแบบนี้ ตำแหน่งนายกฯ อาจไหลไปสู่อีกขั้วหนึ่งคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นความเสี่ยงของนายเศรษฐา
และยังมีประเด็นการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลของเพื่อไทย คือขั้วพรรคร่วมเดิม 188 เสียง เห็นได้ว่าวันนี้เพื่อไทยเป็นแกนนำที่ไม่ได้นำ และสุดท้ายต้องยอมรับทุกเงื่อนไขที่มีกระบวนการต่อรองจากพรรคที่มาเข้าร่วม
และยังมีเกมการเมืองของสว. 250 เสียง ที่สว.บางส่วน ตั้งคำถามถึงจริยธรรมของนายเศรษฐา และยังมีเกมจากฝั่ง 8 พรรคร่วมเดิม โดยเฉพาะกรณีของก้าวไกลประกาศชัดว่าไม่ยกมือสนับสนุน จะออกมาอย่างไร ยังมีเรื่องการขอแก้มติเมื่อ 19 ก.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่ จะทำให้เกิดความวุ่นวายจนเลือก นายกฯไม่ได้และสุดท้ายต้องปิดประชุม
สิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไขในการโหวตของนาย เศรษฐา เชื่อว่าคงไม่ใช่ม้วนเดียวจบ และดีไม่ดีอาจไม่ได้มีการเลือกนายกฯ หรือนายเศรษฐา อาจถอนตัวจากแคนดิเดตด้วยซ้ำไป
เสียงสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและนายเศรษฐามาจากสส. แต่เสียงที่ไม่ได้น่าจะมาจากสว. ที่มีทั้งสาย 2 ลุง แม้วันนี้พรรคลุงจะมาร่วม ถ้ามาอย่างจริงใจเสียงสว.อาจการันตีโหวตให้ได้ จะมาด้วยไม่น้อยกว่า 100 เสียง แต่ถ้ามาแบบหลอกล่อเสียงสว.อาจไม่มาด้วย
แต่เวลานี้สว.บางส่วนที่มีทั้งสาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเงื่อนไขเรื่องคุณสมบัติของ นายเศรษฐา อาจไม่โหวตไปในทิศทางเดียวทั้งหมด วันนี้จึงไม่สามารถวางใจเสียง สว.ได้ว่าจะมากับ 2 ลุงทั้งหมด
ต้นสัปดาห์หน้าคงต้องจับตาท่าทีของนายเศรษฐา จะสู้ต่อ หรือถอนตัว และอาจไม่มีการเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มาแทน เพราะนายทักษิณ รู้ว่าเสี่ยงสูง
จึงมีโอกาสที่มีนายกฯไหลไปสู่อีกขั้วหนึ่ง
สมการการเมืองปฏิเสธไม่ได้ต้องมองไปถึงชื่อ พล.อ.ประวิตร ต้องตั้งคำถามว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร นับแต่เลือกตั้งที่ประชาชนเลือก ก้าวไกลเป็นอันดับหนึ่ง จนมาถึงคำสั่งให้นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ ข้ามขั้วตั้งรัฐบาล มาถึงสภาฯมีมติห้ามโหวตชื่อนายกฯ ซ้ำ
วันนี้เก้าอี้นายกฯ เหลืออีกก้าวเดียวที่จะเดินไปสู่พล.อ.ประวิตร
พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา นิด้า
ที่เพื่อไทยมองว่าโหวตนายกฯ 22 ส.ค. นี้ฉลุยม้วนเดียวจบนั้น มี ความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง การที่พรรครวมไทยสร้างชาติประกาศสนับสนุนเป็นจุดชี้ขาดที่สำคัญ นอกจากมาเพิ่มเสียงให้เป็น 314 เสียง สิ่งที่มาด้วยคือเสียงสว.จำนวนหนึ่ง
เพราะอนุมานว่าพักนี้อยู่ใต้ความเกื้อกูลของพล.อ.ประยุทธ์ ก็อนุมานต่อได้ว่า สว.สายพล.อ.ประยุทธ์จำนวนหนึ่งจะโหวตให้แคนดิเดต นายกฯของเพื่อไทยด้วย น่าจะอยู่ประมาณหลักร้อยเสียง อาจไม่ใช่สว.ทุกคนที่จะโหวตให้ อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งที่อาจโหวตให้ บวกกับสว. อีกส่วนหนึ่งที่จะโหวตตามพรรคพลัง ประชารัฐ
แต่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ไม่แน่ว่าจะเป็นนายเศรษฐา พอมีปมที่นาย ชูวิทย์ ออกมาเปิดโปง ก็สร้างความคลางแคลงใจกับสังคมและบรรดาผู้ที่อาจโหวตให้
รวมถึงจันทร์ที่ 21 ส.ค. ทางนายชูวิทย์ จะออกมาแฉอีกเป็นครั้งที่ 3 นอกจากจะเป็นการสร้างความคลางแคลงใจการเป็นนายกฯสง่างามหรือไม่ ยังเป็นแรงกดดันที่ถาโถมไปยัง นายเศรษฐา จะรับแรงกดดันได้หรือไม่
ถ้ารับได้และมองว่าเป็นเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ดำเนินการอย่างที่นายชูวิทย์ ว่าไว้ หรือสามารถชี้แจงสังคมได้ นายเศรษฐาก็ดำรงความเป็น แคนดิเดตนายกฯ ของตัวเองเอาไว้ได้
กลับกันในวันจันทร์ที่ 21 ส.ค.การออกมาแฉของนายชูวิทย์ หากมีความรุนแรง มากก็เป็นไปได้เช่นกันที่จะเปลี่ยนม้ากลางศึกขึ้นมา และให้น.ส.แพทองธาร เข้ามานำทัพแทน นายทักษิณคงกังวลอยู่บ้าง เพราะรัฐบาล ชุดใหม่สถานการณ์รุมเร้ามาก ทั้งภายในที่มีหลายพรรค แรงกดดันจากสังคมภายนอก
แต่หากสถานการณ์บีบบังคับต้องเสนอ น.ส.แพทองธาร ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ซึ่งมีแนวโน้มเปลี่ยนในวันใกล้วันโหวต หรืออาจเสนอในวันโหวตเลือกนายกฯ เลยก็เป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม หากแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ก็ยังไม่เห็นว่าใครจะมาเป็น นายกฯ ได้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล แคนดิเดต นายกฯ พรรคภูมิใจไทย ยังไม่สามารถบินได้
เพราะพรรคภูมิใจไทยเองมีแผลฉกาจฉกรรจ์เรื่องที่เขากระโดง ซึ่งจะย้อนกลับมาทำร้ายนายอนุทินด้วยถึงแม้ว่านายอนุทิน จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรง
และมีเหตุการณ์ต่างๆที่นายอนุทินเคยบริหารระหว่างเป็นรมว.สาธารณสุข ขณะที่ แพทย์ชนบทก็อาจมีข้อมูลและออกมานำเสนอต่อสังคม
ส่วนพล.อ.ประวิตรแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ ก็เช่นเดียวกัน มีเรื่อง ของนาฬิกายืมเพื่อนที่ยังเคลียร์ไม่จบ และ เรื่องของนายวีระ สมความคิด ที่ไปขอข้อมูลต่างๆ จากทางป.ป.ช. จะเป็นประเด็นที่คอยกระหน่ำพล.อ.ประวิตร ที่จะทำให้ความชอบธรรมลดลง
อีกทั้งคะแนนนิยมของพล.อ.ประวิตร ที่ได้จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้เสียงสนับสนุนเพียง 500,000 กว่าคะแนน ถือเป็นคะแนน ของแคนดิเดตนายกฯ ที่ต่ำที่สุดในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับคนอื่น
ธนพร ศรียากูล
นายกสมาคมรัฐศาสตร์ แห่ง ม.เกษตรศาสตร์
ไม่คิดว่า 22 ส.ค.นี้ การโหวตเลือกนายกฯ จะสำเร็จ เพราะจนถึงขณะนี้พรรคเพื่อไทยยัง ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้ากับการเจรจาสว. ว่าตกลงเป็นอย่างไร คนวงในจริงๆ จะรับรู้อย่างเปิดเผยว่า สว.ยังสงสัยในประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนของนายเศรษฐา ต้องไม่ลืมว่าสว.ชุดปัจจุบันเป็นสว.ปราบโครงการ จำนำข้าว
การที่พรรคเพื่อไทยแสดงความมั่นใจถึงการโหวตเลือกนายกฯ ที่จะเสนอชื่อนายเศรษฐา ว่าจะจบในวันที่ 22 ส.ค. เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะเพื่อไทยเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจึงต้องมีท่าทีแบบนี้ เป็นการแสดงความมั่นใจสู่สาธารณะ
แต่ส่วนตัวยังคงยืนยันว่าสว.ยังระแวงสงสัยในตัวนายเศรษฐา ถ้าพรรคเพื่อไทยยังเสนอชื่อนายเศรษฐา เชื่อว่า 22 ส.ค.นี้จะไม่ผ่าน และไม่จบอย่างแน่นอน เชื่อว่าสว.จะโหวตไปในทางเดียวกันหมด
ที่น่าสนใจอีกประการคือตั้งแต่วันที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคพลังประชารัฐ ที่จะโหวตสนับสนุน นายเศรษฐา แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีใครได้ยินเสียง พล.อ.ประวิตร ออกมาพูดเรื่องนี้
ส่วนเสียงสส. สิ่งสำคัญอีกเรื่องอยู่ที่ การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีให้พรรคร่วมรัฐบาลซึ่งต้องจบก่อน 22 ส.ค.นี้ หากพูดคุยชัดเจนเชื่อว่าจะยกมือให้นายเศรษฐา แต่ถ้าไม่จบก่อน 22 ส.ค. การโหวตเลือก นายกฯมีปัญหาแน่นอน คงไม่มีการโหวตฟรี พรรคเพื่อไทยจะพูดอย่างไรเข้าใจได้ แต่ความจริงก็เป็นอีกแบบ
อยากให้พรรคเพื่อไทยทำใจให้ใหญ่ เอาตำแหน่งนายกฯ กับรมว.คลังไว้ ส่วนกระทรวงอื่นๆ อะไรที่ตัดได้ก็ให้ตัดไป เพราะกระทรวงการคลังถือเป็น กระทรวงสำคัญที่จะผลักดันโครงการต่างๆ หากไม่เห็นด้วยกระทรวงอื่นๆ ก็ทำ อะไรไม่ได้
ส่วนตัวเชื่อว่า หากเปลี่ยนตัวจากนายเศรษฐาเป็นน.ส.แพทองธาร เรื่องจะจบในวันที่ 22 ส.ค.นี้