อีกไม่นานก็คงรู้กันแล้วว่าผลการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ในวันที่ 22 ส.ค.นี้จะออกมาเป็นอย่างไร

ซึ่งโอกาสความเป็นไปได้ที่จะสรุปจบเป็น เศรษฐา ทวีสิน ก็สูงอย่างยิ่ง

หนำซ้ำเมื่อประกาศจับมือพรรค 2 ลุง หนทางสู่เก้าอี้นายกฯ ย่อมสดใสกาววาว เพราะไม่ใช่แค่เสียงสส. 76 เสียงจาก 2 พรรคที่มา ร่วมด้วย

ยังหมายถึง 250 สว. ที่เคย เป็นอุปสรรคในการโหวตชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็จะพลิกท่าทีกลับมาเห็นชอบด้วย

ปัญหาของรัฐบาลเพื่อไทย จึงไม่ใช่การโหวตนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค.นี้

แต่สิ่งที่จะต้องพิจารณาต่อไปนั่นก็คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก

ไม่ว่าจะเป็นปฏิกิริยาจากประชาชนส่วนหนึ่งที่ไว้ใจลงคะแนนเสียงให้ เพราะจุดยืนที่บอกไว้ก่อนเลือกตั้ง ที่จะต้องตามหลอกหลอนไปตลอด

ยิ่งเป็นโลกยุคออนไลน์ ดิจิทัล ฟุตปรินต์ คลิปวิดีโอ ต่างๆ จะถูกขุดขึ้นมารีรัน อย่างต่อเนื่อง

การลงพื้นที่ของสส.เขต ที่ต้องคอยตอบคำถามของโหวตเตอร์ตัวเอง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องน่าหนักใจ

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเศรษฐกิจที่บอกว่าเป็นเรื่องใหญ่ ที่รัฐบาลเพื่อไทยจะเข้ามาแก้ไข การหารายได้เข้าประเทศ การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ด้วยดิจิทัลวอลเล็ต จะประสบความสำเร็จอย่างที่คาดการณ์ไว้หรือไม่

การบริหารราชการที่มีพรรคร่วมมากถึง 11 พรรค การต่อรองตำแหน่ง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่จะต้องรอดูในอนาคต จะมีปัญหาอะไรตามมาอีกหรือไม่

รวมทั้งการประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังมองไม่เห็นภาพ ว่าจะทำให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นได้ขนาดไหน

ทุกอย่างล้วนเป็นคำสัญญาที่ประชาชนจะจับจ้อง

ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าการเป็นรัฐบาลครั้งนี้ จะคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่าย

อย่างไรก็ตามความหวังก็ส่วนความหวัง ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร

เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์!!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน