ปัตตานี – นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี เขต 5 พรรคประชาชาติ(ปชช.) เผยถึงกรณีปัญหาวิกฤตอ่าวปัตตานี เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนรอบอ่าวปัตตานีมากกว่า 50,000 คน ครอบคลุมพื้นที่ 9 ตำบลอำเภอเมืองและอำเภอยะหริ่ง ปัจจุบันมีความเสื่อมถึงขั้นวิกฤต กระทบเป็นห่วงโซ่ประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานี ลงพื้นที่ด้วยตนเอง และจากข้อมูลวิจัยของ รองศาสตราจารย์ ดร.ซุกรี หะยีสาแม และคณะ ที่ติดตามปัญหาอ่าวปัตตานีมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าปัจจุบันพี่น้องประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานีมีรายได้จากการทำประมงบริเวณอ่าวปัตตานีตอนในลดลงอย่างเห็นได้ชัด จาก 129 ล้านบาท ในปี 2542 ลดลงเหลือเพียง 25 ล้านบาท ในปี 2563 หรือลดลง ร้อยละ 80 เมื่อเปรียบเทียบกับอดีต ถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ประชาชนไม่สามารถหาเงินจากการทำประมงเหมือนอดีต
เครือข่ายชุมชนประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานีเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว คือ 1.ขุดลอกร่องน้ำชุมชน ที่มีความตื้นเขินในหลายร่องน้ำ จนทำให้กระแสน้ำเค็มไม่สามารถเข้าไปหมุนเวียนและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนได้ 2.ศึกษาวิธีการเปิดปากอ่าวปัตตานีที่ปลายแหลมตาชีให้คงสภาพเช่นเดิมเหมือนอดีตที่ปากอ่าวมีความกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ปากอ่าวปัตตานีมีความกว้างเพียง 1.9 กิโลเมตรเท่านั้น ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของกระแสน้ำขึ้น-น้ำลง การดันกระแสน้ำเค็มไปยังก้นอ่าว ไปไม่ถึง เกิดภาวะความเค็มของน้ำลดลงจนผักตบชวาขึ้นตรงปากร่องน้ำตำบลบางปู จากปัญหาดังกล่าวหากล่าช้าในการแก้ไขปัญหาชาวบ้านรอบอ่าวปัตตานีต้องทิ้งอาชีพประมง ต้องขายเรือ ขายอวนอพยพไปเป็นแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ทิ้งคนแก่ไว้ข้างหลัง
ส่วนปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่รุนแรงตั้งแต่พื้นที่ตำบลตะโละกาโปร์ จนถึงตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง มีการกัดเซาะชายฝั่งที่รุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี และเป็นปีที่ 3 แล้วที่ชาวบ้านรอการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมตลอด 3 ปีมีทั้งหน่วยงานภาครัฐ และกรรมาธิการการกัดเซาะฯ สภาผู้แทนราษฎร ลงมารับทราบปัญหา แต่ไม่มีการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาเป็นรูปธรรมทุกวันนี้ชายหาดตะโละกาโปร์ ชายหาดตะโละสะมิแล มีแต่ซากปรักหักพังของต้นไม้ที่ล้ม บ้านเรือนพังทลาย