ศรีสะเกษ – น.ส.วรรณา แก้วชาติ ผู้ประสานงานโครงการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เผยว่าประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่ออบรมประสานเครือข่ายพัฒนาการเข้าถึงบริการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและการจัดเก็บสิ่ง ส่งตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ของกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสิทธิสถานะว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วม ขับเคลื่อนภารกิจในระดับนโยบาย พัฒนาการเข้าถึงบริการของคนไทยที่มีปัญหาสิทธิสถานะให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ อันจะทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพ และสวัสดิการแห่งรัฐที่จำเป็นอื่นๆ พบว่าพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ มีกรณีศึกษาและเป็นต้นแบบการเรียนรู้ให้ความช่วยเหลือคนไทยที่มีปัญหาสิทธิสถานะยกระดับศักยภาพให้โรงพยาบาลกันทรลักษ์จัดเก็บสิ่งส่งตรวจ

ด้านนายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า อ.กันทรลักษ์มีประชากรเป็นจำนวนมากและเป็นอำเภอที่อยู่ติดกับแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมาการสัญจรไปมาลำบาก ทำให้มีประชาชนที่ยังตกหล่นอยู่ เป็นผู้ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนจำนวนมาก ทางสำนักงานทะเบียนกรมการปกครอง และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมและสปสช. จัดทำโครงการที่จะจัดเก็บสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอเพื่อเพิ่มชื่อให้กับคนที่ตกหล่นได้มีโอกาสเป็นคนไทยตามสิทธิของรัฐธรรมนูญที่สำคัญก็คือทางโรงพยาบาลกันทรลักษ์อาสาร่วมเป็นเครือข่าย และเป็นสถานที่จัดเก็บสารพันธุกรรม เพื่อส่งต่อไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในการที่จะทำให้ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการลดรายจ่ายและลดเวลาในการเดินทางส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบางมีผู้มาร่วมกิจกรรมหลากหลายจังหวัด เช่น จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ยโสธร หรือแม้แต่ จ.อุบลฯ เดินทางมา ในส่วนของ อ.กันทรลักษ์ นี้ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีประชากรที่ได้รับการเพิ่มชื่อจากการส่งตรวจสารพันธุกรรมอยู่ประมาณ 60 รายแล้ว สามารถเป็นคนไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ

“คนไทยเกิดจากพ่อแม่คนไทยก็ถือว่าเป็นการเกิดครั้งที่ 1 แต่พอได้เพิ่มชื่อในทะเบียนมีบัตรประจำตัวประชาชนมีชื่อในทะเบียนบ้าน ถือว่าเป็นการเกิดทางกฎหมายที่ทำให้บุคคลดังกล่าวโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางได้เข้าถึงสถานะและสวัสดิการของภาครัฐซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามลำดับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน