การสวดพระมหาชาติคำหลวง เริ่มสวดในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งทำการสวดที่วัดพระศรีสรรเพ็ชรและจะสวดเฉพาะในเทศกาลเข้าพรรษาเท่านั้น คือ การสวดแบ่งเป็นสามนัด รวม 9 วัน คือ ต้นพรรษา 3 วัน กลางพรรษา 3 วัน และออกพรรษา 3 วัน ผู้สวดใช้ ราชบัณฑิต จำนวน 3 ชุด ชุดละ 4 คน รวม 12 คน การแต่งกายไม่ได้ระบุว่าแต่งอย่างไร ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์การสวดพระมหาชาติคำหลวงมีเพียงกัณฑ์เดียว คือ กัณฑ์มหาพนบางส่วน

ปัจจุบันมีการสวดเป็นทางการแห่งเดียว ที่พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง สวดเฉพาะในเทศกาลเข้าพรรษา โดยจะมีการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือผู้แทนพระองค์ไปทรงฟังการสวดปีละ 2 วัน คือ วันถวายพุ่มเทียนพรรษา ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 และวันเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ซึ่งตรง กับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 การสวดต่อหน้าพระที่นั่งผู้สวดจะแต่งกาย โดยนุ่งผ้าขาวแบบโจงกระเบน สวมเสื้อเครื่องแบบปกติขาว (ราชปะแตนหรือชุดเครื่องแบบปกติขาว) สวมถุงเท้าสีขาวยาว เสมอเข่า

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวถึง “การสวดพระมหาชาติคำหลวง” ว่า เป็นโบราณราชประเพณีที่สำคัญที่ปฏิบัติ สืบต่อกันมา และเป็นส่วนหนึ่งในงานพระราชพิธีทรงบําเพ็ญ พระราชกุศล เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา กว่าจะมาเป็นนักสวดพระมหาชาติคำหลวง ได้ใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนัก เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 จนถึงปี 2551 จนได้รับคัดเลือกเป็นนักสวด พระมหาชาติคำหลวงในปี 2553 ปัจจุบันกรมการศาสนาได้จัดโครงการฝึกหัดนักสวดพระมหาชาติคำหลวง เพื่อฝึกหัดนักสวด พระมหาชาติคำหลวงให้สวดได้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี มีความชำนาญในการสวด และได้คัดเลือกนักสวดพระมหาชาติคำหลวงให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเพื่ออนุรักษ์และสืบทอด การสวดพระมหาชาติคำหลวงที่ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี

การฝึกหัดนักสวดพระมหาชาติคำหลวง เป็นการฝึกสอนกันแบบวรรคต่อวรรค คำต่อคำ เนื่องจากในการสวดพระมหาชาติคำหลวง มีการออกเสียงที่ยาก บางคำเขียนเหมือนกันแต่ออกเสียงไม่เหมือนกัน การออกเสียงทั้งเสียงสูง เสียงกลาง เสียงต่ำ เสียงสั้น เสียงยาว หลังการฝึกหัดนักสวดพระมหาชาติคำหลวงแล้ว จะมีการคัดเลือกหลังจากฝึกหัดนักสวดพระมหาชาติคำหลวง โดยนำบุคคลที่ผ่านการฝึกหัด การสวดพระมหาชาติคำหลวงและสามารถสวดได้อย่างถูกต้อง มาฝึกซ้อมการสวดร่วมกัน ครั้งละ 4 คน จำเป็นต้องหากลุ่มบุคคลที่เสียงมีความเข้ากันได้ประสานเสียงจนเกิดความไพเราะ

คุณสมบัติของการนักสวดคือ เพศชายสังกัดกรมการศาสนา ไม่จำกัดว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่กองศาสนพิธี หรือเจ้าหน้าที่กองสำนักอื่น หากสนใจสวดพระมหาชาติคำหลวงก็สามารถสมัครเข้ามาฝึกสวดได้ ขอให้มีใจรัก ทุ่มเทฝึกฝน และพร้อมจะเป็นทีมเดียวกัน เนื่องจาก กว่าจะฝึกจนสวดได้คล่อง 1 บท ใช้เวลาถึง 1 ปีเลยทีเดียว

อธิบดีกรมการศาสนากล่าวต่อว่า “กรมการศาสนาจะเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งนักสวดพระมหาชาติคำหลวง เรียกว่า ราชบัณฑิต ซึ่งนักสวดมีหน้าที่ฝึกซ้อมและไปปฏิบัติหน้าที่สวดพระมหาชาติคำหลวง ถือเป็นงานราชการที่ปฏิบัติเป็นประจําทุกปี ตามหนังสือแจ้งของ สํานักพระราชวัง เป็นภารกิจที่มีความสำคัญ

สำหรับงานพระราชพิธีทรงบําเพ็ญพระราชกุศล เนื่องใน วันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2566 การสวด พระมหาชาติคําหลวง ตรงกับวันที่ 31 ก.ค.2566 วันที่ 1 และวันที่ 2 ส.ค.2566

นักสวดพระมหาชาติคำหลวง 4 คน ได้แก่ นายปิยวัฒน์ วงษ์เจริญ, นายเฉลิมชัย ดงจันทร์, นายทินวุฒิ บัวรอด และ นายณัฐพล เกิดเอี่ยม ซึ่งนักสวด 4 คนนี้เป็นนักสวดในวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา และงานพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

ซึ่งนักสวดพระมหาชาติคำหลวงอีก 30 คน จะเป็นนักสวดในเวลาอื่นๆ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน