วันเสาร์ที่ 26 ส.ค.2566 น้อมรำลึกครบรอบ 12 ปี มรณกาล “พระอธิการวิชัยรัตน์ ฐิตธัมโม” หรือ “หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม” เจ้าอาวาสวัดซับตะเคียน ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ อดีตพระเกจิอาจารย์ศิษย์เอกสืบสายวิทยาคมจากพระครูวิชิตพัชราจารย์ หรือ หลวงพ่อทบ วัดช้างเผือก อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งเพชรบูรณ์
ถือกำเนิดในสกุลท่อนทอง เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2464 ที่บ้านท่ามะทัน ต.ท่าอีบุญ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ บิดา-มารดาชื่อ นายทองดีและนางทองสุข ท่อนทอง
อายุ 12 ปี บิดาถึงแก่กรรม จึงบรรพชาหน้าไฟ แต่ด้วยศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา แม้จะเสร็จงานแต่ไม่ยินยอมลาสึก ขออนุญาตมารดาบวชเรียนต่อไป
ต่อมาได้ทราบถึงกิตติศัพท์หลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาท อ.ชนแดน เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีประชาชนเคารพนับถือ จึงเกิดศรัทธาเดินทางไปยัง อ.ชนแดน เพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์อยู่รับใช้อุปัฏฐาก
ด้วยความเมตตา หลวงพ่อทบจึงได้ถ่ายทอดสรรพวิชาคาถา การทำตะกรุดโทน ลงเลขยันต์คาถา ผ้ายันต์ และได้ศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานและกำหนดจิต มีความรู้แก่กล้าตามลำดับ สามารถเสกข้าวสารให้ไก่กิน และศึกษาเรียนรู้ในการจัดสร้างพระกริ่ง หล่อ ตามประเพณีโบราณ ผลสัมฤทธิ์ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีความชำนาญอย่างยิ่ง
อายุ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดศรีมงคล อ.หล่มสัก เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2486 โดยมี พระมหาหยวก เจ้าคณะอำเภอหล่มสัก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการคำปัน เป็น พระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการวันดี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ฐิตธัมโม หมายความว่า ผู้มีจิตใจตั้งมั่นในธรรม
อยู่ปรนนิบัติรับใช้พระอุปัชฌาย์ 2 พรรษา จึงได้กราบลา เดินทางไปจำพรรษายังวัดชนแดน เพื่อศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมและปฏิบัติกัมมัฏฐานจากหลวงพ่อทบอีกครั้งหนึ่ง เมื่อการปฏิบัติธรรม แก่กล้าจึงได้กราบลาหลวงพ่อทบออกเดินท่องธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

พ.ศ.2486 ได้รับแต่งตั้ง ให้เป็นเจ้าคณะตำบลท่าอีบุญ ปกครองพระสงฆ์-สามเณรได้ระยะหนึ่ง เกิดความเบื่อจึงได้ขอลาออกและออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ อาทิ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว ประเทศเขมร
ตลอดระยะเวลาในการถือธุดงค์ ได้สนทนาธรรมกับพระสายวัดป่าหลายรูป และศึกษาไสยเวทจากอาจารย์เขมรและลาวหลายรูป
พ.ศ.2517 เดินธุดงค์ตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าขึ้นทิศตะวันออก ในที่สุดหลวงปู่ได้เดินทางมายังบ้านท่าด้วง จึงหยุดธุดงค์ และชักชวนชาวบ้านสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านซับตะเคียน
อยู่จำพรรษาชวนชาวบ้านเข้าวัด ฟังธรรม รักษาศีล จนเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของ ชาวบ้าน รวมทั้งได้รับแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดซับตะเคียนแห่งนี้
ด้านวัตถุมงคล ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากหลวงพ่อทบ บรรดาคณะศิษยานุศิษย์ที่รู้ในกิตติศัพท์ด้านวิทยาคม จึงได้ขอร้องให้จัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อนำเงินมาจัดสร้างเสนาสนะ ศาลา อุโบสถ
จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาหลายรุ่น เป็นที่เชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ในด้านเมตตา มหานิยม และแคล้วคลาด
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมสูงคือ ตะกรุดโทน ตะกรุด 9 ชั้น รูปหล่อลอยองค์ และอีกหลายรุ่น
นอกจากนี้ ยังมีกริ่งเพชรกลับที่หลวงปู่สร้างขึ้นตามตำรับโบราณที่ร่ำเรียนมาจากหลวงพ่อทบ ได้รับความนิยมสูง จนกลายเป็นของหายาก
ในด้านการเผยแผ่ธรรมนั้นเป็นพระที่ ทันสมัย ใช้ธรรมะสั่งสอนชาวบ้าน ให้รู้จักทำมาหากินด้วยความสุจริต มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร มิให้ลุ่มหลงมัวเมาในอบายมุข ใช้ชีวิตอย่างสมถะและพอเพียง ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
วันที่ 26 ส.ค.2554 มรณภาพด้วยอาการอันสงบ สิริอายุ 90 ปี พรรษา 68