เมื่อวันที่ 27 ส.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ทางการญี่ปุ่นเรียกร้องให้รัฐบาลจีนรับรองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองและเอกชนญี่ปุ่นในจีน หลังบรรดาธุรกิจห้างร้านของญี่ปุ่นในจีนเผชิญกับการถูกโทรศัพท์ข่มขู่จำนวนมาก เนื่องจากความไม่พอใจที่ทางการญี่ปุ่นระบายน้ำหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ปรมาณูของโรงไฟฟ้าฟูกุชิมะลงทะเล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของญี่ปุ่นก่อให้เกิดการประท้วงจากพลเมืองชาวญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีนบางส่วน รวมถึงนักวิชาการ ตลอดจนปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรงจากทางการจีนที่สั่งงดนำเข้าสินค้าจากทะเลในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น เนื่องจากกังวลว่าอาจปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจากไอโซโทปน้ำ “ทริเทียม” แม้จะได้รับการรับรองจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือไอเออีเอ และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากแล้วก็ตาม ว่ามีผลน้อยมาก เพราะไอโซโทปน้ำถูกเจือจางแล้ว และค่ากัมมันตภาพรังสีต่ำกว่าเพดานขององค์การอนามัยโลก
เหตุโทรศัพท์ข่มขู่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่บริษัทเท็ปโก ผู้รับผิดชอบโรงไฟฟ้าพลังงานปรมาณู ฟูกุชิมะ ไดอิจิ เริ่มระบายน้ำทริเทียมที่เจือจางแล้วลงสู่ทะเล ส่งผลให้ธุรกิจหลายประเภทตั้งแต่บริษัทรับจัดคอนเสิร์ตในกรุงโตเกียวไปจนถึงสวนน้ำทางภาคเหนือของประเทศได้รับโทรศัพท์ก่อกวนจากบุคคลที่ใช้ภาษาจีนบ่อยครั้งจนเป็นอุปสรรคในการทำงาน
แถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นมีขึ้นหลังเหตุทำนองนี้เกิดขึ้นกับธุรกิจญี่ปุ่นหลายแห่งในจีนด้วย อาทิ นักธุรกิจจากจังหวัดฟูกุชิมะของญี่ปุ่นที่เปิดร้านอาหาร 4 แห่งในกรุงปักกิ่ง เปิดเผยว่าได้รับโทรศัพท์ข่มขู่กว่า 1 พันสาย ในเวลาเพียงวันเดียว โดยญี่ปุ่นเรียกร้องผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโตเกียวไปยังรัฐบาลจีนให้ยับยั้งสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงปักกิ่งยังประกาศเตือนให้พลเมืองญี่ปุ่น หลีกเลี่ยงการใช้เสียงดังขณะใช้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อลดโอกาสการตกเป็นเป้าถูกข่มขู่ด้วย