การอบรมเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์เป็นความร่วมมือระหว่างกรมการศาสนากับองค์การศาสนา 5 ศาสนา ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ โดยนำเยาวชน 5 ศาสนา จากกรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร กว่า 160 คน เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อวันที่ 12-14 ก.ค. ที่ผ่านมา ณ ศูนย์สัมมนาและฝึกอบรมมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นนทบุรี เปิดโอกาสให้เยาวชนที่เข้าร่วมอบรมรู้จักเพื่อนต่างศาสนา ต่างพื้นที่ ศึกษาเรียนรู้เข้าใจในหลักธรรมทางศาสนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีของแต่ละศาสนา ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่น การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม มารยาทไทยที่เยาวชนพึงปฏิบัติ และการเรียนรู้สถาบันหลักของชาติไทย ทำให้เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังเรียนรู้หลักปฏิบัติพื้นฐานทางศาสนา 5 ศาสนา โดยวิทยากรจาก Tent Maker Academy น.ส.กัลยรัตน์ คำคูณเมือง พันเอก นายแพทย์ พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา ผู้แทนองค์การทางศาสนา และกิจกรรมทัศนศึกษาศาสนสถานทั้ง 5 ศาสนา ประกอบด้วย วัดสุทัศนเทพวราราม วัดเทพมณเทียร คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา เขตพระนคร มัสยิดประเสริฐอิสลาม และคริสตจักรปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รวมทั้งกิจกรรมการนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ที่ได้รับจากค่าย เยาวชนทุกคนตั้งใจเรียนรู้สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม

“การมาค่ายครั้งนี้ได้อะไรมากกว่าที่คิด” คำกล่าวนี้สะท้อนออกมาจากการพูดคุยของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการอบรมเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์

น.ส.จินต์จุฑา อู่ตะเภา ตัวแทนเยาวชนศาสนาพุทธ จ.สมุทรสาคร เล่าให้ฟังว่า “หนูประทับใจเพื่อนๆ ทุกคน ทั้งในการทำกิจกรรมที่ต้องออกไปแสดงความสามารถ การร่วมเสนอความคิดเห็นและนำมาแสดงละคร ในด้านการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามา ทุกศาสนามีความดีและความต่างเหมือนกัน ทำให้เราได้รู้และคิด เปลี่ยนวิสัยทัศน์ของเราที่มองสถานการณ์ที่ไม่ดีกลับเป็นดีขึ้นมาได้ เข้าใจแต่ละศาสนามากขึ้น เช่น ศาสนาคริสต์จะสอนให้เราแบ่งปันผู้อื่น ทำให้เราเป็นคนที่รักและไม่เกลียด เป็นคนที่ให้อภัยคนอื่นได้เสมอ เราสามารถนำหลักธรรมมาปรับใช้กันได้ตอนที่รู้สึกโกรธ”

นายศิวัฒน์ ภู่ประภา ตัวแทนเยาวชนศาสนาอิสลาม จ.สมุทรปราการ เผยว่าประทับใจที่ได้มารวมตัวกันเพื่อศึกษาศาสนาของผู้อื่นเพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันและอยู่ร่วมกันในสังคม ได้รับรู้หลายอย่าง เช่น ศาสนาซิกข์ การที่เราได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมของเขา ทำให้เราซึมซับวัฒนธรรม รู้ว่าเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากเราเท่าไหร่ จึงทำให้นิสัยส่วนตัวเปลี่ยนแปลงไปบ้างตอนที่เข้าร่วมสังคม เพราะในสังคมมีคนอยู่หลายรูปแบบ เราจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับคนในสังคม

ด้าน นายอชิรวิชญ์ วนาสินชัย ตัวแทนศาสนาคริสต์ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “มุมมองที่ผมมองเพื่อนต่างศาสนาดีขึ้น ผมชอบหลักของซิกข์มากครับ มือทำงานก็ยังนมัสการพระเจ้าได้ นำมาปรับใช้กับผมได้ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู นับถือเทพต่างๆ เรียกว่าเทวนิยม การมาร่วมค่ายในครั้งนี้ทำให้รู้ว่าเทพทั้งหมดรวมกันเป็นเทพองค์เดียว มีหลักธรรมการคือ Dharma เป็นหน้าที่เป็นธรรมะของแต่ละคน แต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเอง และการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ ต้องรู้จักวัฒนธรรม เรียนรู้ศาสนาที่เราอยู่ร่วมกัน เพราะประเทศไทยอยู่รวมกันหลายศาสนา การที่เราเข้าใจวัฒนธรรมของเพื่อนร่วมประเทศไทยเป็นสิ่งสำคัญมากในการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม”

นายดรูเกซ ซิงห์ ตัวแทนศาสนาพราหมณ์-ฮินดู กรุงเทพมหานคร เล่าว่า ได้ความรู้ของศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ศาสนาอิสลาม คือ ผู้หญิงห้ามแตะตัวผู้ชาย ศาสนาพุทธ เกี่ยวกับศีล 5 ศาสนาคริสต์ มาเพื่อความรัก พระเยซูสร้างความรักให้ศาสนาคริสต์อย่างมาก ศาสนาซิกข์ ได้รู้ว่าการที่ศาสนาซิกข์เอาผ้าคลุมหัวเป็นวัฒนธรรมของศาสนาซิกข์ ผมกล้าที่จะพูดมากขึ้น และกล้าแสดงออก”

นายอัมมาน ซิงห์ นฤหล้า ตัวแทนเยาวชนศาสนาซิกข์ กรุงเทพมหานคร เผยว่า “ประทับใจที่มีเพื่อนหลายศาสนา ได้เรียนรู้ศาสนาอื่นๆ ได้ออกไปทัศนศึกษา ผมชอบศาสนาอิสลาม ได้เรียนรู้ว่าต้องละหมาดวันละ 5 ครั้ง และผู้หญิงที่นับถือศาสนาอิสลามห้ามโดนตัวผู้ชาย ผมมั่นใจตัวเองมากขึ้น พูดในที่สาธารณะได้ ศาสนาเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวและสำคัญจริงๆ ครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน