กว่าที่‘ครม.เศรษฐา 1’จะลงตัว ต้องเขย่ากันหลายรอบ ทำให้โผพลิก หลายตลบจนลงตัวในที่สุด

ตอนนี้พรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีให้เลขาธิการครม.ตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วน ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

สำหรับเก้าอี้ ‘รมว.กลาโหม’ ถือเป็นเก้าอี้ที่ถูกจับตามากที่สุดว่าใครจะมาดำรงตำแหน่ง

ในอดีตจะเห็นว่ารมว.กลาโหม หรือแม้กระทั่งรมช.กลาโหม ส่วนใหญ่จะเป็นอดีตนายทหารมาทำหน้าที่ หรือนายกฯ จะนั่งควบรมว.กลาโหม เอง

ไล่ตั้งแต่ยุครัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ ปี 2523 นั่งควบรมว.กลาโหม จนเป็นนายกฯ อีกสมัยก็ยังทำหน้าที่จนกระทั่งลาออกจากและยุติบทบาทางการเมืองหลังเป็นนายกฯ ได้ 8 ปี 3 เดือน

อดีตนายกฯ ที่ตามรอยควบรมว.กลาโหมแบบป๋าเปรมยังมี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ พล.อ.สุจินดา คราประยูร พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

อดีตนายกฯ ที่เป็นพลเรือน และนั่งเก้าอี้สำคัญนี้ด้วย ได้แก่ นายชวน หลีกภัย นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ส่วนยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วงแรก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.กลาโหมตั้งแต่ 30 ส.ค.2557 ถึง 10 ก.ค.2562

เมื่อมีการปรับครม. ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก็สวมหมวกรมว.กลาโหมเองอีกตำแหน่ง

สำหรับ ‘ครม.เศรษฐา 1’ ชื่อแรกที่ติดโผเสนาบดีกระทรวงกลาโหม คือ นายสุทิน คลังแสง ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) หมายมั่น ปั้นมือว่าให้เดินหน้านโยบายของพรรคที่จะผลักดันการปฏิรูปกองทัพเป็นทหารมืออาชีพ ป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงทางการเมือง และการบริหารราชการแผ่นดิน แก้ไขกฎหมายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ให้เข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจ เสนอกฎหมายป้องกันต่อต้าน การรัฐประหาร และนำหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา มาช่วยเหลือเกษตรกร

พลันที่มีชื่อออกมา นายสุทิน ถึงกับปล่อยมุขว่า “อาจเป็นเพราะนามสกุลคลังแสง จึงถูกวางเป็นรัฐมนตรีกลาโหม หากผมเป็นจริง จะประหยัดงบซื้ออาวุธไปเยอะ เพราะมีคลังแสงอยู่แล้ว”

หลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ แล้ว ได้เข้าพบ ‘บิ๊กตู่’ ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 24 ส.ค. ปิดห้องคุยกันแบบชื่นมื่น

นายเศรษฐาระบุว่า เป็นการไปเยี่ยมเยือนและเคารพตาม มารยาท โดยพล.อ.ประยุทธ์ฝากความเป็นห่วงบ้านเมือง ตนในฐานะเป็นผู้น้อยและเพิ่งได้รับการแต่งตั้ง จึงเข้าไปพบเพื่อปรึกษาหารือว่าจะมีอะไรฝากฝังหรือไม่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ก็น่ารักที่พาชมทำเนียบรัฐบาลด้วย

พร้อมปฏิเสธว่า ไม่มีการปรึกษาหารือกันถึงตำแหน่งรมว.กลาโหม เป็นการพูดคุยกันธรรมดา เป็นเรื่องที่ทำให้บ้านเมืองเดินต่อไป แล้ววันนี้ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง และมาดูแลบ้านเมืองให้ดี

แต่ไม่ทันไรชื่อของ ‘บิ๊กเล็ก’พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ โควตาคนนอกของพรรคเพื่อไทย มาแรงแซงทางโค้งได้นั่งรมว.กลาโหม ขณะที่นายสุทิน ขยับไปเป็นรมว.วัฒนธรรม แทน

เป็นที่รู้กันดีว่า ‘บิ๊กเล็ก’ มีความใกล้ชิดกับ‘บิ๊กตู่’มาก ตั้งแต่ สมัยยังรับราชการอยู่ที่กองทัพบก ย้ายจากรองผบ.ทบ.มาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ช่วงปี 2563 และยัง เป็นที่ปรึกษานายกฯ รวมทั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือศบค. ส่วนหน้า

ขณะเดียวกัน ‘บิ๊กเล็ก’ ยังเป็นเตรียมทหารรุ่นที่ 20 (ตท.20) รุ่นเดียวกับ ‘บิ๊กแดง’พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. ที่โตมาคู่กันในกองทัพบก

เมื่อ ‘บิ๊กเล็ก’ ผงาดเป็นแคนดิเดตรมว.กลาโหม เกิดแรงต้านจากกลุ่มคนเสื้อแดงภาคอีสานทันที ตั้งคำถามเกี่ยวกับการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปราบปรามคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 รวมถึงการยึดอำนาจ ในปี 2557 หรือไม่ ถึงขั้นประกาศกร้าว เพื่อไทยทำแบบนี้ทำร้ายจิตใจ กันเกินไป พร้อมจะลุกฮือขึ้นต่อต้านถึงที่สุด

แม้จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีความเชื่อมโยง เพราะพล.อ. ณัฐพล ไม่ใช่สายบู๊ แต่เป็นนายทหารสายบุ๋น และไม่ได้เกี่ยวข้อง กับทั้ง2 เหตุการณ์ แต่พรรคเพื่อไทยไม่กล้าดันทุรัง ต้องหันกลับมา ทบทวนใหม่

ล่าสุดดึง นายสุทิน จากว่าที่รมว.วัฒนธรรม หวนกลับมาคุมกลาโหม

นายสุทิน เกิด 9 มี.ค.2504 ที่อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ศึกษาศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม ระดับปริญญาโท สาขาไทยคดีศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ Doctor of Philosophy Magadh University ประเทศอินเดีย

เป็นสส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย ปี 2544 และ 2548 ต่อมาเป็นสส.เขต จ.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชน และปี 2551 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรค พลังประชาชน

จากนั้นสังกัดพรรคเพื่อไทย ได้เป็นรองหัวหน้าพรรค ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) การเลือกตั้ง 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เป็นสส.บัญชีรายชื่อ

และกำลังจะเป็นรมว.กลาโหม คนที่ 42 นับจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน