การที่พรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรค 2 ลุง มองว่าเป้าหมายต้องการเข้ามาบริหารเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย และเป็นการช่วยให้นายทักษิณ ชินวัตร ได้กลับบ้าน

ตั้งแต่ประกาศจับมือกับพรรค 2 ลุงจนถึงนาทีนี้ จะทำให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ บริหารประเทศด้วยความยากลำบาก เพราะต้องตอบคำถามในสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่หาเสียงไว้

ข้ออ้างของเพื่อไทยว่าต้องการสลายความขัดแย้งนั้น ผมคิดว่าไม่ใช่ แต่เป็นการเพิ่มความขัดแย้ง ความตึงเครียดให้กับประชาชนและสังคมไทยมากขึ้น

ด้านหนึ่งคือประชาชนหวังว่าเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมที่เป็นฝ่ายค้านเดิม จะจัดตั้งรัฐบาลได้ ทำให้ประชาชนรู้สึกสับสนกับดีลทางการเมืองครั้งนี้

อีกด้านการข้ามขั้วทำให้เห็นเปลือยชัดเจนว่า พรรคการเมือง ที่ครองอำนาจทางการเมือง และมีบทบาทมาอย่างยาวนาน เผยให้เห็นว่าพวกเขาเป็นพวกเดียวกัน ไม่ใช่เป็นอื่นใด ทำให้ประชาชนมีความชัดแจ้งมากขึ้นว่าจะตัดสินใจในอนาคตอย่างไร

ส่วนรัฐบาลนี้ที่เป็นรัฐบาลผสมข้ามขั้ว จากคนละฝั่งอุดมการณ์และนโยบาย คงจะเห็นความยากลำบากของการประคับประคอง ให้รัฐบาลมีความยั่งยืน การผ่านโหวตในสภาแต่ละครั้ง ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และผลร้ายจะตกอยู่กับประชาชนที่ไม่ได้รับนโยบายอย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วยจากการหาเสียง จากนโยบายที่แต่ละพรรค ได้ประกาศไปแล้ว

รัฐบาลผสมข้ามขั้ว จากคนละฝั่งอุดมการณ์และนโยบาย คงจะเห็นความยากลำบากของการประคับประคองให้รัฐบาลมีความยั่งยืน

สำหรับนายเศรษฐา ที่เป็นนักบริหารจากบริษัทใหญ่มาก่อน แม้จะมีข้อท้วงติงเรื่องคุณสมบัติต่างๆ แต่ด้วยฝีไม้ลายมือ ต้องยอมรับว่ามีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารเศรษฐกิจ แต่นายกฯ ไม่ใช่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ยังมีเรื่องมิติสังคม มิติความยุติธรรม มิติทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ฉะนั้นรัฐบาลเศรษฐา 1 ที่ต้องแบ่งอำนาจรัฐมนตรีให้กับพรรคต่างๆ มีอำนาจต่อรองน้อยมาก จะทำให้มีอุปสรรคในการนำนโยบายไปปฏิบัติ

นอกจากนี้ นายเศรษฐาไม่ได้รับการยอมรับของคนจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นโหวตเตอร์ที่อยู่พรรคฝ่ายค้าน คือพรรค ก้าวไกล หรือโหวตเตอร์ของพรรคเพื่อไทยเองก็ตาม

ถ้าพูดกันแบบตรงไปตรงมา คิดว่ารัฐบาลนี้คงอยู่ไม่ครบวาระ 4 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน