กาฬสินธุ์ – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในจังหวัดกาฬสินธุ์ 18 อำเภอ ทั้งในพื้นที่ใช้น้ำชลประทานลำปาวและนอกเขตหันมาทำนาโดยการปักดำแทนการทำนาหว่านและเปลี่ยนพันธุ์ข้าวจากข้าวเหนียวมาเป็นข้าวเจ้าหอมมะลิ 105 กันมากขึ้น

นายสุทิน เพ็งแดง ผู้ใหญ่บ้านโคก หมู่ 4 ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนมีพื้นที่ทำนา 7 ไร่ หลายปีที่ผ่านมาทำนาหว่าน โดยเพาะปลูกข้าวเหนียว เพราะสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา แต่ประสบปัญหาผลผลิตต่ำ ใช้ปุ๋ยปริมาณมาก ต้นทุนทำนาสูง บางครั้งเกิดโรคระบาด โดยเฉพาะราคาขายข้าวเปลือกต่ำ ขณะที่ราคาข้าวเปลือกเจ้าสูงกว่าข้าวเปลือกเหนียว ก.ก.ละ 2-3 บาท ระยะหลังจึงหันมาเพาะปลูกข้าวเจ้าแทนข้าวเหนียว โดยใช้พันธุ์หอมมะลิ 105 ปีที่แล้วทดลองปลูก 2 แบบ เพื่อเปรียบเทียบผลผลิต คือทำนาดำ 1 ไร่ ส่วนอีก 6 ไร่ทำนาหว่าน ผลปรากฏว่าทำนาดำได้ผลผลิตสูงกว่า ปีนี้จึงลงทุนทำนาดำทั้ง 7 ไร่ ลงทุนไปแล้วกว่า 35,000 บาท และคาดว่าได้ราคาสูง ก.ก.ละไม่ต่ำกว่า 15 บาท

หันปลูกข้าวเจ้า – ชาวนาในจังหวัดกาฬสินธุ์ 18 อำเภอ ต่างหันมาปลูกข้าวหอมมะลิ 105 แทนการปลูกข้าวเหนียว เนื่องจากมีราคาดี โดยปรับเปลี่ยนจากการทำนาหว่านมาเป็นการทำนาดำ หลังทดลองแล้วได้ผลผลิตข้าวมากกว่ากัน

นายวิชัย น้อยเสนา ประธานกลุ่มปุ๋ยสั่งตัด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากราคาปุ๋ยเคมีตามท้องตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 900-1,000 บาท ตามสูตรปุ๋ย ทางกลุ่มปุ๋ยสั่งตัดซึ่งมีสมาชิก 40 คน พื้นที่ทำนากว่า 270 ไร่ จึงคิดสูตรปุ๋ยสั่งตัด ให้เหมาะสมกับสภาพดิน เพื่อลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมี ที่สามารถลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี และลดทุนลงกว่า 30% พบว่าสมาชิกปุ๋ยสั่งตัดรวมทั้งชาวนาทั่วไป หันมาเพาะปลูกข้าวเจ้าหอมมะลิ 105 กันมากขึ้น ซึ่งต่างก็ตั้งความหวังไว้ว่าขายผลผลิตข้าวเปลือกปีนี้จะได้ราคาดี มีกำไร

นายธนาพล ธรรมโนขจิต ผจก.ตลาดกลางข้าวและพืชไร่กาฬสินธุ์ คาดการณ์ราคารับซื้อข้าวเปลือกนาปี 2566/67 ข้าวเปลือกเหนียวแห้งตันละประมาณ 14,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิตันละ 16,000 บาท สูงจากปีที่ผ่านมาตันละ 2,000 บาท โดยประเมินราคารับซื้อตามคุณภาพข้าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน