กทม. – เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่บริเวณแยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานการแก้ปัญหาคนไร้บ้าน โดยมี นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. นายสัมฤทธิ์ สุมาลี ผอ.เขตพระนคร นายสิทธิพล ชูประจง หัวหน้าโครงการ “จ้างวานข้า” มูลนิธิกระจกเงา เข้าร่วม

นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า ปัญหาคนไร้บ้านที่พบในปัจจุบันคือเรื่องความสะอาด โดยเฉพาะบริเวณตรอกสาเก คลองหลอดวัดราชนัดดา ซึ่งมีคนไร้บ้านพักอาศัย รวมถึงมีประชาชนในพื้นที่ไม่ไว้ใจคนไร้บ้านและมีการร้องเรียน สำนักงานเขตพระนครได้จัดเจ้าหน้าที่ เทศกิจดูแลพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยาในช่วงเช้าและช่วงบ่าย (โรงเรียนเลิก) รวมถึงทำความสะอาดแหล่งอาศัยของ คนไร้บ้านพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และให้ไปใช้ห้องน้ำที่จุดบริการบริเวณ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าตามที่กทม.จัดไว้ให้ ส่วนผู้ต้องการแจกอาหารให้ไปที่บริเวณหลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณตรอกสาเก (ช่วงเย็น) และ บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า (ช่วงกลางวัน)

นายศานนท์กล่าวว่า กทม.อยู่ระหว่างดำเนินโครงการบ้านอิ่มใจ โดยใช้พื้นที่ตึกเก่าของกทม.ใกล้กับสะพานเฉลิมวันชาติ จากเดิมที่มีแผนเช่าพื้นที่อาคารเก่าบริเวณแยกแม้นศรี ซึ่งเป็นพื้นที่อาคาร 6 ชั้น ของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 8,281 ตารางเมตร รองรับคนไร้บ้านได้ 200 คน แบ่งเป็นชาย 100 คน หญิง 100 คน แต่ค่าเช่าสูงถึงปีละ 13 ล้านบาท จึงยกเลิกไป ทั้งนี้ หากปรับปรุงอาคารเก่าบริเวณใกล้สะพานเฉลิมวันชาติแล้วเสร็จ กทม.ร่วมกับพม.จะหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อปรับเป็นศูนย์บริการคนไร้บ้านอย่างเป็นทางการ (จุดหลัก) ย้ายบริการจากใต้สะพานพระปิ่นเกล้ามารวมไว้เป็นจุดเดียว

นายศานนท์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันพบคนไร้บ้านบางส่วนบริเวณคลองผดุงกรุงเกษม ตรอกสาเก แต่ส่วนใหญ่อาศัยบริเวณถนนราชดำเนิน เนื่องจากมีการแจกอาหารจำนวนมาก กทม.ขอความร่วมมือประชาชนนำอาหารไปแจกในจุดที่จัดเตรียมไว้ให้ จะช่วยคนไร้บ้านได้มากขึ้น เบื้องต้นมีคนไร้บ้านได้งานทำจากจุดบริการดังกล่าวมากขึ้น สำหรับปัญหาที่พบคือ การดูแลเรื่องคุณภาพอาหารที่นำมาแจกคนไร้บ้าน เพื่อไม่ให้เกิดอาการท้องเสีย โดยกทม.จะร่วมกับสำนักงานเขตพระนครในการติดตามคุณภาพอาหารที่นำมาแจกคนไร้บ้านอย่างเข้มงวด รวมถึงการดำเนินการกับผู้ที่นำเด็กมาขอทาน ซึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่ของเด็กเอง เบื้องต้นพบว่าไม่ใช่คนสัญชาติไทย อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลพบว่า มีการแจกอาหารให้คนไร้บ้านไปกว่าแสนกล่องที่จุดบริการ แต่มีผู้ได้งานทำเพียง 60 คน เข้าถึงสวัสดิการเพียงหลักร้อยคน จึงอยู่ระหว่างการทบทวนแนวทางดำเนินการในอนาคต คาดว่าหากโครงการบ้านอิ่มใจดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยคนไร้บ้านได้มากกว่านี้ เพราะมีที่อยู่ชั่วคราว มีอาหาร มีงานให้ เพื่อพยุงคนไร้บ้านให้สามารถเริ่มต้นพึ่งพาตนเองได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน