การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงตอกย้ำแรงกดดันที่มีต่อภาคการส่งออกไทยในเดือนก.ค.2566 ให้หดตัวมากกว่าคาดการณ์ที่ -6.2%(YoY) โดยเป็นการหดตัว 10 เดือนติดต่อกัน ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกไทยในช่วง 7 เดือนแรกยังคงหดตัวที่ -5.5%(YoY) และนำเข้าหดตัว -11.1%(YoY)
ทั้งนี้ สำหรับเศรษฐกิจจีนที่เคยถูกตั้งความหวังว่าจะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกในปีนี้ กลับเริ่มส่งสัญญาณสูญเสียโมเมนตัมในการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2566 จนถึงขณะนี้ โดยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของจีนในเดือนก.ค.2566 ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตยังคงอยู่ในภาวะหดตัว รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อที่อยู่ในภาวะเงินฝืดต่างสะท้อนภาพเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแรงลง
โดยจีนยังคงเผชิญกับหลายปัจจัยท้าทายทั้งภายในประเทศ อาทิ วิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาระหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่น และปัจจัยภายนอกประเทศจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
จากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ที่มีการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนในระดับค่อนข้างสูงผ่านทาง ภาคท่องเที่ยวและการส่งออก
ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรของจีน (GACC) เปิดเผยข้อมูลการนำเข้าสินค้าจากภูมิภาคอาเซียนใน 7 เดือนแรกของปี 2566 หดตัว -6.3% เนื่องจากการนำเข้าสินค้าจากตลาดคู่ค้าสำคัญในอาเซียน ลดลงเกือบทั้งหมด เช่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม รวมถึงไทยที่หดตัว -12.7%(YoY)
ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2566 การส่งออกไปยังตลาดจีนยังคงมีความท้าทาย ถึงแม้ก่อนหน้านี้มีมุมมองว่าจีน จะเป็นตลาดหลักเดียวที่มีภาพรวมการส่งออกจากไทยเป็นบวกเนื่องจากปัจจัยฐานที่ค่อนข้างต่ำของปีที่แล้วโดยเฉพาะในไตรมาสุดท้ายของปี แต่ด้วยเศรษฐกิจจีนอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ จึงทำให้ การส่งออกจากไทยไปจีนในปี 2566 มีความเสี่ยงว่าจะหดตัว
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยท้าทายอื่นๆ ที่อาจเข้ามากดดัน ภาพรวมการส่งออกไทย ได้แก่ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่ ภัยแล้งที่อาจรุนแรงและยืดเยื้ออาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรให้ลดลง และค่าเงินที่ผันผวน
ดังนั้นจึงเห็นถึงความเป็นไปได้ที่ภาพรวมการส่งออกไทยในปี 2566 จะหดตัวเพิ่มขึ้นจาก -1.2% ที่คาดการณ์ไว้ ก่อนหน้า
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด