นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การบ้านที่จะส่งไม้ต่อให้น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ว่าที่ผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ ได้แก่ การไปให้ถึงเป้าหมายของการท่องเที่ยวไทยในทุกเซ็กเตอร์ ทั้งตลาดต่างชาติเที่ยวไทยและตลาดไทยเที่ยวไทย โดยเฉพาะการยกระดับซัพพลายไซด์ไปสู่ความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งส่วนนี้เรามีมาตรการที่กำหนดไว้แล้ว คือ การเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนในปี 2573
“เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะว่าที่ผู้ว่าฯ ททท. คนใหม่ มีความต้องการผลักดัน อาทิ การกำหนดให้ซัพพลายเชนของการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร จะต้องมีมาตรฐานความยั่งยืน หากไม่ได้มาตรฐานตามที่ตั้งไว้ ก็จะไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของททท. ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ โครงการ หรือมาตรการใดก็ตาม โดยกรณีของรายได้ท่องเที่ยวไทยจะต้องดันขึ้นแตะ 3.3 ล้านล้านบาท ในปี 2567 ตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ มองว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ต้องทำภายใต้การเน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายเข้ามาเพิ่มมากขึ้น”
โดยประเมินว่าตัวเลขรายได้ตามเป้าหมายของ ททท. ที่ตั้งไว้ใน ปี 2566 จะต้องดึงรายได้กลับมาในสัดส่วน 80% ของปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ทำได้อย่างแน่นอน เนื่องจากขณะนี้มีการเดินทาง ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแตะ 2.5-3 ล้านคนต่อเดือนแล้ว หากสิ้นปีนี้สามารถปลดล็อกเงื่อนไขอะไรบางอย่างได้ จำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 28 ล้านคน โดยในปี 2567 ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องดึงรายได้กลับมา 100% แต่อยากเห็นในเชิงคุณภาพมากขึ้น จึงต้องช่วยกันทำพร้อมกับปรับปรุงซัพพลายไซด์ที่ เน้นคุณภาพ ประสบการณ์ และความปลอดภัยควบคู่กันไป
สำหรับเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งรัดดำเนินการมากที่สุด ได้แก่ 1.การอำนวยความสะดวกในการเข้าประเทศชิงตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) 2.การขยายเวลาพำนักให้นานขึ้น เพื่อชดเชยกับราคาตั๋วเครื่องบินที่ยังอยู่ในระดับสูง และ 3.สนับสนุนให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ยังอาจไม่ได้รับผลดีของการกลับมาของการท่องเที่ยว