ชี้แจกเงินดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจโตเพิ่ม3%ปีหน้า

แบงก์ชาติเผยแจกเงินดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจโต 3% ในปีหน้า แต่ปีนี้เตรียมปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ หลังส่งออกหดตัวกว่าที่คาดไว้

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คาดว่าจะใช้ เม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2567 ขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 3% ในกรณีที่หมุน 1 รอบ แต่จะส่งผลดีมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเงินจะหมุนในระบบกี่รอบ แม้ว่าอาจจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้นสูงบ้างเมื่อเทียบกับในอดีต

“ธปท.ยังไม่ได้ใส่เข้านโยบายแจกเงินดิจิทัลเข้าไปในสมมติฐานประมาณการเศรษฐกิจปีหน้า แต่ประเมินแล้วการกระตุ้นโดยการแจกเงินดิจิทัล ธปท.มีมุมมองความเสี่ยงเชิงบวก แต่ก็ต้องประเมินเรื่องของการจัดเก็บรายได้รัฐบาลด้วย ส่วนถามว่าการแจกเงินจะออกมารูปแบบไหน คงเร็วไปที่จะพูด อยากให้รอดูความชัดเจนก่อน”

นายสักกะภพกล่าวว่า ธปท.เตรียมปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ลง โดยหลักๆ มาจากภาคการส่งออกสินค้าที่ชะลอตัวลงกว่าที่คาด จากเศรษฐกิจหลายประเทศที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะจีน ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวแม้จะปรับตัวดีขึ้น แต่ก็มองว่าผลดีกับธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มท่องเที่ยว อาทิ โรงแรมและอื่นๆ อาจจะน้อยกว่าที่คาดการณ์ จากค่าใช้จ่ายตัวหัวที่น้อยกว่าที่ประเมิน เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็น นักท่องเที่ยวระยะสั้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อหัวค่อนข้างต่ำ

“ปีนี้คงพูดไม่ได้ว่าตัวเลขจะเป็นเท่าไหร่ แต่คงปรับ ลดลงพอสมควร แต่คงไม่ได้ลดลงมาต่ำถึงขนาดนั้น เพราะจากข้อมูลที่เข้ามา โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจจริงในไตรมาส 2/2566 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ก็ออกมาต่ำกว่าที่คาดพอสมควร แต่แนวโน้มข้างหน้ายังอยู่ในทิศทางของฟื้นตัว จากการท่องเที่ยวที่ยังแรง และคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีกับภาคการส่งออก และรัฐบาลที่เข้ามาน่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วย ดังนั้นมีโอกาสสูงที่ปี 2567 จะโตได้มากกว่าปีนี้”

นอกจากนี้ มองว่าแนวโน้มภาคการส่งออกยังฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด โดยในช่วงไตรมาส 3/2566 คงไม่เห็นการฟื้นตัว แต่จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 4/2566 ซึ่งก็ยังมีความเสี่ยงของเศรษฐกิจจีน คาดว่าจะทยอย ฟื้นตัวได้ชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน