โชว์ตุน4หมื่นล้าน-รอรัฐแจงแหล่งเงินแจกเป๋าดิจิทัล
กระทรวงการคลังฟุ้งเก็บรายได้พุ่ง เหลือวงเงินกู้ชดเชยขาดดุล 4 หมื่นล้านตุนไว้ใช้ รอรับนโยบายแจกเงินดิจิทัลเคาะวงเงินกู้ใหม่ชี้ยังไม่เต็มเพดานมีช่องว่างทำได้
นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า การกู้เพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณปี 2567 ยังสามารถทำต่อไปได้ แม้ว่าปีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จะล่าช้าออกไป โดยเป็นการทำผ่านงบประมาณที่ใช้ไปพลางก่อน ดังนั้น จึงยังไม่มีวาระที่กระทรวงการคลังจะต้องออกกฎหมาย กู้เงินพิเศษอะไร ในช่วงที่งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ยังไม่ออก เบื้องต้นยังคงเป็นการกู้เงินตามกรอบการขาดดุลงบประมาณเดิมในปีงบประมาณ 2566 ซึ่งไม่ได้เป็นการกู้รอบเดียว แต่เป็นการทยอยกู้ตามความต้องการใช้เงิน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการจัดเก็บรายได้ในปีงบ 2566 ทำได้ค่อนข้างดี สูงกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้ความจำเป็นในการกู้ชดเชยขาดดุลก็ต้องเลื่อนออกไป เพราะต้องดูความสมดุลในการจัดทำงบประมาณด้วย โดยต้องปรับแนวทางการกู้เงินไปใช้การกู้เงินแบบเหลื่อมปี ซึ่งในปีงบประมาณ 2566 ยังเป็นการกู้ชดเชยเต็มวงเงิน แต่จะมีการกันวงเงินราว 4 หมื่นล้านบาทที่กู้ไม่เต็มในปีนี้ ไปกู้แบบเหลื่อมปีแทน เพื่อรองรับการใช้เงินของรัฐบาลในช่วงต้นปีหน้า หลังจากงบประมาณปี 2567 ล่าช้า ถือเป็นการบริหารเงิน ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว
ส่วนมาตรการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ที่คาดว่าจะต้องมีการ ใช้งบประมาณราว 5 แสนล้านบาทนั้น รัฐบาลจะต้องหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในเรื่องของการเตรียมนโยบาย โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือมายัง สบน. ว่าจะต้องมีการเตรียมวงเงินสำหรับรองรับมาตรการดังกล่าวจำนวนเท่าใด โดยในส่วนของการทำขาดดุลงบประมาณปี 2567 ยังคงเป็นไปตามกรอบเดิม ยังไม่มีกรอบว่าจะต้องมีการกู้เพื่อชดเชยขาดดุลส่วนเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ก็ต้องไปดูว่ารัฐบาลจะมีการปรับงบประมาณรายจ่ายปี 2567 อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการกู้เงินเพิ่มเติม รัฐบาลยังมีช่องว่างทางการคลังในการกู้ได้อีกเป็นจำนวนเท่าใด นางแพตริเซีย ระบุว่า “ปัจจุบันหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ประมาณ 61% ยังต่ำกว่าเพดานที่ 70% ยังมีช่องว่าง แต่ของพวกนี้ไม่จำเป็นต้องกู้จนเต็มเพดาน เพราะจะมีภาระเรื่องดอกเบี้ยจากการกู้ที่จะต้องมาพิจารณา รวมถึงความเสี่ยงด้านอื่นๆ ด้วย”
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่พิจารณาเห็นชอบแผนการก่อหนี้ปีงบประมาณ 2567 ซึ่งเดิมเตรียมเสนอที่ประชุม ครม. ในรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ดำเนินการไม่ทัน
โดยแผนการก่อหนี้ดังกล่าวจะเป็นการกู้เงินเพื่อดำเนินโครงการ เก่าที่ ครม. ได้มีการเห็นชอบไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ใช่การกู้เงินในโครงการใหม่ๆ ของรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้มีวงเงินรองรับการดำเนินงานในโครงการของหน่วยงานต่างๆ ไม่ให้โครงการขาดช่วง