กทม. – นายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ปัจจุบัน สปภ. กำหนดมาตรการเข้าถึงจุดเกิดเหตุภายใน 8 นาที สิ่งสำคัญคือ ผู้ปฏิบัติหน้าที่และดูแลรับผิดชอบต้องมีความรู้ความเข้าใจตามหลักป้องกันสาธารณภัย จากแนวคิดเดิมคือ 50 เขต 50 สถานี ไม่เพียงพอต่อการระงับเหตุต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำเป็นต้องเพิ่มสถานีอย่างน้อย 15-22 สถานี เพื่อรองรับสถานการณ์จำเป็นเร่งด่วน ลดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่เนื่องจากกฎหมายระบุห้ามเพิ่มบุคลากรเกิน 40% ของค่าใช้จ่ายบุคลากรของงบประมาณประจำปี

นายธีรยุทธกล่าวว่า ปัจจุบัน สปภ.จึงมีสถานีดับเพลิงและกู้ภัยเพียง 41 สถานี รวมสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทางน้ำแล้ว มีอัตรากำลัง 1,800 นาย รับผิดชอบประชากรทั้งหมดประมาณ 10 ล้านคน งานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุ ควรมีอย่างน้อย 110 สถานี จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ระบุ ควรมีอย่างน้อย 86 สถานี ขณะที่อัตรากำลังควรมีอย่างน้อย 6,800 นาย

ทั้งนี้ การกำหนดการเข้าถึงจุดเกิดเหตุภายใน 8 นาที เพื่อให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานสากล ขณะที่บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกากำหนดการเข้าถึงจุดเกิดเหตุไว้ 3-5 นาที ใช้นักดับเพลิง 40 คนต่อประชากร 200 คน แต่ปัญหาขณะนี้คือ สปภ.จ้างบุคลากรเพิ่มไม่ได้ เบื้องต้นจึงเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการจ้างเหมาอาสาสมัครให้มาช่วยงาน สปภ.ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างข้อบัญญัติ ซึ่งใช้เวลา 2-3 ปีแล้ว นอกจากนี้ ยังกังวลเรื่องสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทางน้ำ ซึ่งมีเพียง 2 สถานี แต่ต้องรับผิดชอบพื้นที่ลำน้ำเจ้าพระยา 36 กิโลเมตร จึงต้องเพิ่มอีก 4 สถานี ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงการจัดหาพื้นที่ในการก่อสร้างสถานีดับเพลิงและกู้ภัยในระยะเร่งด่วนก่อน 28 แห่ง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเพิ่มอัตรากำลังไม่ได้ ประกอบกับขยายสถานีเพิ่มไม่ได้ จึงใช้วิธีกระจายงานแก่กำลังเดิมที่มีอยู่เท่าๆ กัน ทำให้งานพอกสะสม ดำเนินไปอย่างล่าช้า ส่งผลให้มีการร้องเรียนจากบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน เพราะกำลังพลกับปริมาณงานไม่สอดคล้องตามมาตรฐานการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งกำหนดให้ 1 สถานีมีรถ 5 คัน ประกอบด้วย 1.รถบัญชาการเหตุการณ์ 2.รถบรรทุกน้ำดับเพลิง 3.รถบันไดสูง 13 เมตร รองรับตึกแถว 4 ชั้น 4.รถบรรทุกเครื่องช่วยหายใจ 5.รถกู้ภัย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้คนอย่างน้อย 18 คนต่อ 1 ผลัด โดยแบ่งกำลังเป็น 4 ชุด จำนวน 3 ผลัด ตามมาตรฐานต้องใช้กำลังคนสถานีละ 86 คน ดังนั้น การเพิ่มสถานีจำเป็นต้องเพิ่มกำลังพลควบคู่กัน เพื่อให้ปริมาณงานและปริมาณคนสอดคล้องกันตามมาตรฐาน

นายธีรยุทธกล่าวด้วยว่า หน้าที่ของ สปภ.มี 3 เรื่อง คือ 1.เข้าถึงจุดเกิดเหตุเร็วที่สุด จากเดิมกำหนด 10 นาที ปรับเป็น 8 นาที และอนาคตจะปรับให้เหลือเพียง 6 นาที 2.ไปถึงแล้วระงับเหตุให้เร็วที่สุด 3.เยียวยาหลังเกิดเหตุให้เร็วที่สุด ซึ่ง 3 หน้าที่ ดังกล่าว เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเพิ่มสถานี อุปกรณ์ และกำลังคนให้ครอบคลุมพื้นที่ รวมถึงงบประมาณและการจัดหาที่ดินเพื่อรองรับการขยายสถานีและกำลังคน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอาคารสถานีที่ได้รับโอนมาจากตำรวจ 35 สถานี จากการตรวจสอบพบว่า มี 3 สถานีสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้ ส่วนอีก 32 สถานีต้องทุบทิ้งสร้างใหม่ทั้งหมด เนื่องจากอายุมากกว่า 50 ปี มีสภาพทรุดโทรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน