รัฐบาลเศรษฐา กำลังจะเข้าทำงานอย่างเต็มตัวแล้ว หลังคณะรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว 34 ตำแหน่ง ขาดไป 2 ซึ่งยังไม่ได้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ อาจจะตั้งเสริมตามมาในภายหลัง
จากนี้เป็นขั้นตอน ที่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน จะนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ รวมทั้งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
แล้วเริ่มประชุมครม.อย่างเป็นทางการในต้นสัปดาห์หน้า
เชื่อว่าบรรดารองนายกฯ และรัฐมนตรีทั้งหมด ต้องรู้ดีว่า จะต้องตกอยู่ในท่ามกลางสายตาตรวจสอบอย่างเข้มข้นแค่ไหน แถมกระแสสังคมวิจารณ์ในเชิงลบรุนแรง
ต้องทำงานหนัก ไม่ผิดพลาด และไม่มีเรื่องเสียหาย
เห็นได้จากนายกฯ เศรษฐา ที่ทำงานหนักทันทีตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คงรู้กันแล้วว่า จะต้องทำงานกันอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเช่นไร!!
เช่นเดียวกัน เห็นการตะลุยทำงานเน้นฟื้นเศรษฐกิจอย่างจริงจังฉับไวของนายกฯ แล้ว
เริ่มทำให้ประชาชนมีความหวังในธุรกิจการค้าและปากท้อง เพราะทั้งมีคุณสมบัติเชี่ยวชาญโดยตรง และมีบุคลิกเข้มข้นจริงจัง
ว่ากันว่าคะแนนนิยมในรัฐบาลเพื่อไทย เริ่มดีขึ้นทันที เสียงชื่นชมนายกฯ เศรษฐาเริ่มมากขึ้น
แน่นอนว่า ในสายตาประชาชนที่มุ่งหวังการเมืองใหม่ คงยากที่จะยอมรับเพื่อไทย กระแสยังลบรุนแรงเหมือนเดิม
แต่สำหรับประชาชน ที่ยากลำบากในชีวิตความเป็นอยู่ มุ่งหวังไปในอีกทาง ในส่วนนี้จะมองนายกฯเศรษฐาและเพื่อไทยด้วยสายตาที่ดีขึ้น!
กระนั้นก็ตาม รัฐบาลเศรษฐา 1 ยังเพิ่งเริ่มต้น จากนี้ไปต้องทำงานด้วยกันไปทั้งขบวน
ยังไม่รู้ว่าจะมีรัฐมนตรีไหน จากโควตาของพรรคไหน ที่จะกลายเป็นตัวฉุดรัฐบาลหรือไม่
สภาพรัฐบาลผสมก็จะมีความทุลักทุเลเข้ามาผสมด้วยเสมอ!
แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐมนตรีจากพรรคอื่นรายแรก ที่เข้าร่วมทำงานใกล้ชิดกับนายกฯ เศรษฐกิจอย่างรวดเร็วน่าจับตา
คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ โดยเดินทางไปร่วมรับฟังปัญหาประมงร่วมกับนายกฯ ในทันที
ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ นั้น เดิมทีพรรคเพื่อไทยต้องการคุมเองอย่างมาก เพื่อดูแลเกษตรกรในพื้นที่ชนบท ฐานสนับสนุนที่สำคัญ
แต่เมื่อเสียกระทรวงนี้ให้กับร.อ.ธรรมนัส แห่งพลังประชารัฐ ดูเหมือนเพื่อไทยจะไม่หนักใจ เหมือนมีความเชื่อมั่นสัมพันธ์กันด้วยดี
ทั้งเห็นได้ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ โดดมาทำงานเคียงข้างนายกฯ เศรษฐาทันที ตั้งแต่ยังเป็นแค่ว่าที่รัฐมนตรี ยังไม่มีโปรดเกล้าฯ ลงมา
เหมือนไม่มีภาพแตกต่างระหว่างพรรค
น่าจับตาอย่างมาก จากนี้ไปรมว.เกษตรฯ จะขับเคลื่อนร่วมไปกับรัฐบาลเพื่อไทยได้อย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวเพียงใด!
วงค์ ตาวัน