เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมตัวแทนพรรคการเมือง เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ประจำสภาผู้แทนราษฎร 35 คณะ นัดที่สอง

นายพิเชษฐ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากแต่ละพรรคการเมือง ได้เตรียมความต้องการที่จะเป็นประธานแต่ละคณะมาแจ้งต่อที่ประชุม ตั้งเป้ามาแบบไม่เปลี่ยน ไม่ถอย ไม่เจรจา ทำให้ตกลงกันไม่ได้ หลังจากนี้ถ้าตกลงกันได้ 90% ตนจึงจะนัดประชุมให้

ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) กล่าวว่า ในการประชุมทุกพรรคเห็นด้วยในวิธีการ และการจัดสรรโควตา ยกเว้นพรรคก้าวไกล(ก.ก.) ที่ไม่เห็นด้วย ทั้งการตกลงโควตาประธานกมธ. ที่มีความต้องการซ้ำกันไม่มาก และเมื่อไม่เห็นด้วย จึงมีการเสนอวิธีการที่สอง คือการจับสลาก ที่ประชุมขอให้พรรคจับสลากเวียนกันไป พรรคละ 1 คณะ แต่พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยมองว่าเขาคือพรรคใหญ่ควรได้ จับสลากครั้งละ 3 คณะ ทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่พรรครัฐบาลอยากได้กมธ.ที่ตรงกับกระทรวงตน ซึ่งพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคฝ่ายค้านพยายามบอกว่าไม่ควรเป็นแบบนั้นทั้งหมด ต้องมีกมธ.สำคัญ ที่เป็นบทบาทของฝ่ายค้านเข้าไปตรวจสอบฝ่ายบริหาร ทำให้ต้องใช้เวลาในการพูดคุยกัน เช่น กมธ.งบประมาณ กมธ.ป้องกันและปราบปราม การทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ควรอยู่ในฝ่ายค้าน แต่ทางรัฐบาล เสนอว่า อยากนั่งกมธ.ป.ป.ช. เราก็โต้แย้งว่า ใครจะตรวจสอบ ฝ่ายรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ และเนื่องจากพรรคส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นรัฐบาล ภาระจึงตกมาที่พรรคก้าวไกลที่ต้องไปเจรจากับทุกฝ่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน