พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำผ่านกระบวนการสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล มาถึง ขั้นตอนที่รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เตรียมแถลงนโยบายการทำงานต่อรัฐสภาวันที่ 11-12 กันยายนนี้
นโยบายรัฐบาลแบ่งกรอบการทำงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ตามที่มีการนำมาเผยแพร่ล่วงหน้า
กระบวนการให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้รับการกำหนดให้เป็นนโยบายเร่งด่วน
ถัดจากการแก้ปัญหาหนี้สินภาคการเกษตร ภาคธุรกิจและภาคประชาชน การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน และผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ตามลำดับ
ในคำแถลงระบุว่า นโยบายเร่งด่วนสุดท้ายคือ การแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
โดยยึดรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่แก้ไขในหมวด พระมหากษัตริย์
รัฐบาลจะหารือแนวทางในการทำประชามติที่ให้ความสำคัญ กับการทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมออกแบบกฎ กติกาที่เป็นประชาธิปไตยทันสมัย และเป็นที่ยอมรับร่วมกัน รวมถึงการหารือแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญในรัฐสภา
รัฐบาลจะสร้างความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ
รัฐบาลนำโดยเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นการวางนโยบายที่ถูกต้อง กระนั้นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือเร่งเดินหน้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เหตุที่ต้องเร่งเนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 60 มีกลไกสลับ ซับซ้อนยากต่อการเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยง่าย การจัดทำร่างฉบับใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีหรือมากกว่านั้น
หลังการเลือกตั้งล่าสุด แม้เพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคอันดับสองจะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่ก็ต้องยอมผิดคำพูด ดึงเอาบางพรรคที่สังคมไม่ยอมรับมาเข้าร่วม
รัฐบาลเพื่อไทยมีจุดแข็งเรื่องเศรษฐกิจ แต่การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้ เป็นประชาธิปไตยโดยประชาชน เพื่อประชาชน จะเป็นการชดเชยจุดอ่อนด้านความน่าเชื่อถือทางการเมือง ที่สูญเสียไปในช่วงจัดตั้งรัฐบาล ให้กลับคืนมาได้ เพื่อเป็นต้นทุนสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป