ดรีมทีมเศรษฐกิจลุยแกปัญหาเร่งด่วน
ปรับลดราคาสินค้าตามต้นทุน-เดินหน้าปลดหนี้เอสเอ็มอี
รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ คมนาคม อุตสาหกรรม เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก หารือข้าราชการมอบนโยบายที่จะดำเนินการเร่งด่วนแต่ละกระทรวง นำร่อง แก้ปัญหาปากท้องราคาสินค้าแพง พักหนี้เอสเอ็มอี ด้านแท็กซี่บุกคมนาคมขอขึ้นค่าโดยสารให้ครบ 25%
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์, นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์, น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม, นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม ได้เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำแต่ละกระทรวง พร้อมทั้งเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก
นายภูมิธรรมกล่าว ถึงนโยบายเร่งด่วนที่จะเข้ามาดำเนินการเป็นเรื่องแรกว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางไว้แล้วว่าอะไรทำได้ก่อนให้รีบทำ โดยเฉพาะปัญหาปากท้องประชาชน เพราะลำบากกันมาหลายปีรวมถึงเร่งแก้ไขระเบียบที่ขัดขวางการทำงาน ปรับให้ทันสมัย โดยตนจะมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติให้แก่ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 14 ก.ย.นี้
ส่วนการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคกรณีราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและ ค่าไฟฟ้าปรับลดลงนั้น หากพูดตามความฝันความต้องการที่จะให้ประชาชนอยู่ดีกินดี รัฐบาลจะดูแลราคาสินค้าให้ปรับลดลงให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน ปัญหาสินค้าราคาแพงก็ต้องดูว่าช่วงเวลาฤดูกาลว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยพาณิชย์จังหวัดและบุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาดูแลเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา
น.ส.พิมพ์ภัทรากล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นบ้านของข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมทุกคน ในฐานะรัฐมนตรีเปรียบเสมือนการมาช่วยทำงาน ไม่อยากให้กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเพียงแค่หน่วยงานที่อำนวยการให้กับผู้ประกอบการเท่านั้น แต่อยากให้เน้นเรื่องการส่งเสริมและสนับสนุน ผู้ประกอบการในทุกด้าน ขจัดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของ ผู้ประกอบการในทุกระดับ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี ที่ยังคงต้องการการสนับสนุนเรื่องการลงทุน แก้ปัญหาหนี้สิน ต้องหาแนวทางช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้ ปลดหนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้ผู้ประกอบการ
“ระยะเริ่มต้นเร่งด่วน 3 เดือนแรก มีนโยบายที่ทำได้ทันที คือการสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ ที่มีศักยภาพ เพื่อกระตุ้นรายได้มวลรวมของประเทศ ผ่านอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมฮาลาล และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ด้วยการสนับสนุนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ยกระดับทักษะแรงงานขั้นสูง สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน พร้อมพิจารณาหามาตรการเพื่อส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายภายในประเทศ มาตรการทางภาษี และการขยายจุดให้บริการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับประชาชน”
น.ส.พิมพ์ภัทรากล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมายอุตสาหกรรมยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การวางระบบดูแล ควบคุม และกำจัดของเสียในภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน การใช้พลังงานทางเลือกสู่การเป็นอุตสาหกรรมไบโอชีวภาพ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero Carbon Industry) ต่อไป
ส่วนนโยบายดีๆ ก็จะทำต่อ เช่น นโยบายอีอีซี ที่ประสบความสำเร็จ และอยากให้ขยายไปทุกภาคของประเทศ เช่น ภาคใต้ ที่ต้องการผลักดันให้อุตสาหกรรมฮาลาล เป็นรูปร่างให้เกิดขึ้นจริง และเน้นภาพลักษณ์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม อยากให้มีรอยยิ้ม ดำเนินการในลักษณะ one stop sevice เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการมาให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว
นายสุริยะเปิดเผยว่า ได้หารือเพื่อรับฟังการทำงานของหน่วยงานในสังกัดเกี่ยวกับกรณีปัญหาโครงการรถไฟฟ้าทั้งในเรื่องของภาระหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย คงต้องรอให้ทางรมว.มหาดไทยพิจารณารายละเอียดด้วย ส่วนปัญหารถไฟฟ้าสายสีส้มทราบว่ายังมีอีก 1 ข้อพิพาทที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลปกครอง ซึ่งทางศาลปกครองกลางได้พิจารณาแล้วว่าทางคณะกรรมการคัดเลือก และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไม่ได้กระทำผิดขั้นตอน แต่คงต้องรอให้การพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดเป็นที่สิ้นสุดก่อน ซึ่งแนวทางแก้ปัญหาเป็นไปได้ทั้งการเดินหน้าขั้นตอนประกวดราคาที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ หรือยกเลิกการประกวดราคาเดิมและเปิดประกวดราคาใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่นายสุริยะเดินทางเข้าปฏิบัติงานเป็นวันแรก นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานกลุ่มเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ และนายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทยได้เดินทางมายังกระทรวงคมนาคม โดยนายวิฑูรย์กล่าวว่า ได้มายื่นหนังสือถึงนายสุริยะ ขอให้ปรับขึ้นค่าโดยสารให้ครบ 25% ตามสัญญา จากก่อนหน้านี้ปรับขึ้นไป 7% เพื่อช่วยเหลือ ผู้ประกอบการและผู้ประกอบอาชีพแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่ได้มากดดันแต่ขอให้ระวังม็อบแท็กซี่ เพราะตนสามารถนำม็อบแท็กซี่ มาปิด 8 กระทรวงได้ภายในไม่กี่นาที