บีบีซีรายงานวันที่ 7 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวประณามเหตุโจมตีตลาดในเมืองคอสเทียนทีนิฟกา ในแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน เมื่อเวลาราว 14.00 น. ของวันพุธที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนพลุกพล่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และอีก 33 คนได้รับบาดเจ็บ

คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นผู้คนเดินซื้อของตามปกติ ก่อนจะมีเสียงดังสนั่นของวัตถุคล้ายจรวด คาดว่าเป็นขีปนาวุธเอส 300 และตามมาด้วยระเบิดรุนแรง จากนั้นมีกลุ่มควันดำทะมึน และผู้คนพากันวิ่งแตกตื่นหนีตาย

ขณะที่นายเซเลนสกีกล่าวโทษรัสเซียว่าผู้คนที่เสียชีวิตเป็นพลเรือนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด รัสเซียทำในสิ่งที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง และว่าตัวเลขความสูญเสียอาจเพิ่มขึ้น กระทรวงกิจการภายในยูเครนระบุว่า หน่วยกู้ภัยนำกำลังเข้าช่วยเหลือและค้นหาผู้ประสบเหตุ ส่วนหน่วยดับเพลิงเร่งฉีดน้ำดับไฟที่โหมไหม้ร้านค้าและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในที่สุด

ด้านอัยการสูงสุดของยูเครนเปิดเผยว่า เปิดการสอบสวนเหตุโจมตีครั้งนี้แล้ว “การดำเนินคดีอาญาฐานละเมิดกฎหมายและธรรมเนียมการทำสงคราม อัยการกำลังใช้มาตรการที่เป็นไปได้และเหมาะสมทั้งหมดเพื่อบันทึกอาชญากรรมสงครามที่กระทำโดยสหพันธรัฐรัสเซีย”

วันเดียวกัน นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงว่ารัฐบาล ตัดสินใจให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนเพิ่มอีก 35,500 ล้านบาท “เรามุ่งมั่นที่จะเดินเคียงข้าง ต่อไป สหรัฐอเมริกาและประธานาธิบดีโจ ไบเดน ขอให้ผมยืนยันการสนับสนุนอย่างแข็งขันของเราอีกครั้ง” นายบลิงเคนกล่าว นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ยังประกาศว่าจะส่งกระสุนปืนรถถังยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ ซึ่งสถานทูตรัสเซียประจำ กรุงวอชิงตันแถลงว่าเป็นการสนับสนุนอาวุธดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน