การเลือกตั้งสส.ระยอง เขต 3 (อ.แกลง และอ.เขาชะเมา) แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งมีผู้สมัคร 3 คน

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ชนะขาดลอยด้วยคะแนน 39,296 คะแนน อันดับสอง นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ 26,376 คะแนน ส่วนร.ต.ต.เรืองชัย สมบัติภูธร พรรคแรงงานสร้างชาติ ได้ 881 คะแนน จากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69,284 คน หรือ 56.52% จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 122,582 คน แบ่งเป็น บัตรดี 66,553 ใบ บัตรเสีย 899 ใบ บัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 1,832 ใบ

สส.พรรคก้าวไกลได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา 10,262 คะแนน ส่วนนพ.บัญญัติ ได้เพิ่มขึ้นมา 11,798 คะแนน

ผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ สะท้อนนัยยะทางการเมืองหลายมุม

พัฒนะ เรือนใจดี

นายพัฒนะ เรือนใจดี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพการเมืองใหญ่ส่งผลสะท้อนต่อการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้แน่นอน ทั้งเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลแบบข้ามขั้ว การดึง 2 ลุงเข้ามาด้วย ทำให้พรรคก้าวไกลเหมือนถูกลอยแพ ถูกหลอก เรื่องเหล่านี้เป็นเหมือนที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลพูดว่าเหมือนเป็นโมเมนตัมบูมเมอแรงสะท้อนกลับ แล้วประชาชนก็แสดงออกด้วยผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

แม้จะมีประชาชนมาใช้สิทธิกันน้อยกว่าเดิม แต่ได้เทคะแนนให้พรรคก้าวไกลอย่างชนะขาด แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ส่ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ก็ตาม แต่รัฐบาลต้องนำผลนี้มาเร่งทำงาน เพราะเป็นปรอทวัดว่าประชาชนไม่พอใจกับการจัดตั้งรัฐบาลแบบข้ามขั้วเช่นนี้

ผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องการต่อสู้ของคนรุ่นเก่าหรือใหม่ แต่คือปรอทวัดความรู้สึกของประชาชน และต่อให้พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครครั้งนี้ จะมีผลไม่ต่างไปจากพรรคประชาธิปัตย์แน่ เพียงแต่พรรคประชาธิปัตย์ยังมีคนในพื้นที่ ที่ต้องรักษาพื้นที่ไว้บ้างเท่านั้น

เชื่อว่าผลคะแนนครั้งนี้ไม่ได้ถือเป็นการลงโทษพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นแสดงออกถึงการให้กำลังใจพรรคก้าวไกล และต่อให้พรรคก้าวไกลจะเอาคนอายุ 60 ปี มาลงสมัครรับ เลือกตั้งครั้งนี้ก็ยังจะเลือก เพราะเกิดจากความเห็นใจที่เป็นพรรคที่ได้คะแนนสูงสุดแต่กลับไม่ได้เป็นอะไรเลย ใครๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ส่วนคะแนนที่พรรคก้าวไกลได้มาเพิ่มจากการเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 14 พ.ค. ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องความนิยมของพรรคเพิ่มขึ้น เห็นได้จากที่ผู้สมัครของพรรคที่ถูกกระแสเรื่องไม่เสียภาษี แต่ยังได้รับชัยชนะ คนไม่ได้สนใจเลย สนแค่ว่าคุณมาทำแบบนี้กับระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาได้อย่างไร มาเล่นเกมแบบนี้ได้อย่างไร

แต่ในความนิยมของพรรคที่ชนะเลือกตั้ง ยังมีความปนๆ กันของความเห็นใจ เข้าใจ และนิยมนั่นเอง อีกทั้งมีเรื่องความโกรธแค้นด้วย แต่สุดท้ายก้าวไกลคือคำตอบ

ด้านความเสื่อมถอยของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคไม่ยุบก็เหมือนโดนยุบแล้ว ทั้งทะเลาะกันภายในพรรคเอง แบบนี้ถึงไม่โดนยุบในทางกฎหมาย แต่ในทางความรู้สึกของคนคือพรรคยุบแล้ว ถ้ายังตีกัน ทะเลาะกันแบบนี้พรรคไปไม่ได้แล้ว ทั้งที่มีการเลือกหัวหน้าพรรคไป 2 ครั้งแล้วยังไม่สำเร็จ เพราะการเล่มเกมภายในกัน

การที่พรรคประชาธิปัตย์จะสร้างภาพให้พรรคได้คือ การมุ่งทำงานในฝ่ายค้านให้ดีและเลือกหัวหน้าพรรคให้ได้ เพราะเรื่องของความศรัทธาของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญต่อพรรคการเมือง ส่วนพรรคก้าวไกลให้นำผลการเลือกตั้งครั้งนี้มาชี้หรือแสดงออกให้เกิดประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

ถ้าพรรคมองแค่ว่าคือการเลือกตั้งซ่อมธรรมดาทั่วไป คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะศรัทธาที่ประชาชนให้มาในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้พรรคได้ทำงานต่อไป

วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ อาจารย์รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า ประชาชนยังให้ความสำคัญในนโยบายของพรรคก้าวไกล ยังรอกันอยู่ว่านโยบายที่นำมาหาเสียงจะเป็นจริงได้อย่างไร ถือว่ายังเป็นความท้าทายของพรรคก้าวไกล

การเมืองไม่มีรุ่นเก่า รุ่นใหม่ จะไปบอกว่าเป็นการต่อสู้ระหว่าง คนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า ไม่ได้ แต่อยู่ที่นโยบาย และอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง

พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถรักษาคะแนนเสียงเดิมของตัวเองได้ แสดงว่าถูกท้าทายด้วยความรู้สึกที่คนจ.ระยอง อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ซึ่งคะแนนที่พรรคก้าวไกลชนะห่างเป็นหมื่นแบบนี้ น่าจะมีพลังพอที่จะมีการเปลี่ยนแปลงด้วย

ขณะเดียวกัน ถือเป็นการตอกย้ำความเสื่อมถอยของพรรคประชาธิปัตย์อย่างมาก เพราะความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้เป็นพรรคเจ้าถิ่น ไม่ได้มีการเลือกตั้งแบบเดิมๆ ที่มีบ้านใหญ่ หรือความผูกพันดั่งเดิม ที่จะประกอบการตัดสินใจให้พี่น้องประชาชนคนระยองไปเทคะแนนให้

ทำให้เห็นได้ว่าสัดส่วนของคนรุ่นใหม่ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวของพรรคประชาธิปัตย์ คือการสะท้อน การถ่ายทอด หรือสร้างความผูกพันจากรุ่นสู่รุ่น ไปสู่คนรุ่นใหม่ไม่ได้

วันนี้ปัญหาภายในของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีข่าวมาโดยตลอด แม้แต่ผู้สมัครเองก็แข่งขันกันภายในพรรคสูงพอสมควร เลยอาจทำให้เห็นว่าพรรคไม่มีความเป็นเอกภาพที่เพียงพอ เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจของคนระยอง ที่อาจขาดความเชื่อมั่น เพราะขนาดในพรรคเองยังไม่มีเอกภาพ แล้วจะมาเป็นผู้แทนที่สมบูรณ์แบบได้อย่างไร

พรรคการเมืองที่กำลังง่อนแง่นไม่มีเอกภาพ นโยบายก็ไม่โดดเด่น เป็นปัจจัยที่ทำให้แพ้การเลือกตั้งได้ ประชาชนเห็นแล้วไม่ลังเล เลือกพรรคฝั่งตรงข้ามเลย

การเมืองไทยโดยรวมไม่แน่นอน เคยมีบทเรียนมาแล้ว เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีบ้านใหญ่ก็ดี มีนโยบายหรือหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นที่จ.ระยอง ยังไม่สามารถรักษาความผูกพันของคะแนนเสียงได้ แต่โอกาสของพรรคก้าวไกลย่อมมีสูงกว่า เพราะนโยบายหลายเรื่อง เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน

ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจไม่ใช่แข่งในเชิงนโยบายที่พรรคก้าวไกลอาจจะเสียเปรียบ เพราะไม่ได้ขับเคลื่อนนโยบายเอง เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถตอบอะไรได้ชัดว่า วันนี้ประชาชนนิยมเพราะนโยบาย แต่อาจจะนิยมในตัวบุคคลก็ได้

อีกอย่างหนึ่งอาจเป็นเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง ณ ตอนนั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะตกผลึกช่วงนั้นอย่างไร

หากมองกันแบบระดับที่ดูแล้ว คือ 1.เลือกเพราะสงสาร 2.เลือกเพราะอยากเห็น และ 3.เลือกเพราะต้องการอยากเปลี่ยนแปลงแบบชัดแจ้ง

ถ้าตรรกะนี้ยังดำรงอยู่ พรรคก้าวไกลมีโอกาสมากในการชนะการเลือกตั้งอีก 4 ปีข้างหน้า

ขณะที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกว่า จะใช้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกระดุมเม็ดแรกในการหาเสียงในครั้ง ต่อไป

สาธิต ปิตุเตชะ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง กล่าวว่า ผลเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มองว่าเป็นเพราะประชาชนยังเชื่อมั่นในข้อมูลตัวเอง และมีมาเติมให้ในแง่การเมืองส่วนกลางเข้าไปด้วย เขาเชื่อมั่นว่าพรรคการเมืองที่เลือกจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ได้แยกว่าเป็นคนหรือพรรค

นอกจากนี้ คะแนนของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค. ส่วนใหญ่ไหลไปที่พรรคก้าวไกล แทนที่จะมาที่ประชาธิปัตย์เต็มๆ อย่างที่เราคิด

ถือเป็นการบ้านที่ตัวเราเองต้องทำต่อไปในอนาคตทั้งส่วนกลาง และเชิงท้องถิ่น เราต้องพยายามต่อสู้ นำข้อมูลความจริงมาสู่ประชาชนให้ได้ ต้องเคลียร์เรื่องภายในพรรคให้ได้ก่อน จุดยืนต้องแน่วแน่

ต้องทำให้เห็นว่าเนื้อในประชาธิปัตย์ยังคงคุณภาพเหมือนเดิม ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน