โรคมะเร็งปอด โรคลมรั่วในปอด และโรคปอดชนิดอื่นๆ ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องผ่าตัด ทั้งนี้ ‘การผ่าตัดปอด’ นั้นถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นมาก ส่งผลให้การผ่าตัดปอดไม่ได้น่ากลัวเหมือนในอดีต
ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้องในช่องทรวงอก โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ให้ความรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดปอด กล่าวว่า ปอดมีหน้าที่หลักคือไว้แลกเปลี่ยนของเสียโดยการขับคาร์บอนไดออกไซด์และนำเอาออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปเลี้ยงทั้งร่างกาย โดยคนทั่วไปจะมีปอดทั้ง 2 ข้าง คือข้างซ้ายและข้างขวา โดยมีหัวใจคั่นอยู่ระหว่างทั้ง 2 ข้าง

ปอดของคนทั้ง 2 ข้าง จะมีจำนวนกลีบปอดไม่เท่ากัน ปอดข้างขวานั้นประกอบด้วย 3 กลีบ ส่วนข้างซ้ายมีแค่ 2 กลีบเท่านั้น โดยแต่ละกลีบจะประกอบด้วยถุงลมขนาดเล็กๆ ที่เรามองไม่เห็นมากกว่าหลายร้อยล้านถุงที่คอยช่วยในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและขับของเสียจากกระแสเลือดไปสู่การหายใจออก
ดังนั้น จึงขอฝากให้คนทั่วไปได้รู้จักกับ 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการผ่าตัดปอด ดังนี้
1.ทำไมผู้ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายบางรายถึงไม่มีอาการ ทั้งนี้ เนื่องจากร่างกายของเรามีถุงลมขนาดเล็กจำนวนมากที่คอยช่วยเหลือในการขับของเสีย ฉะนั้น เมื่อเกิดจุดหรือเซลล์มะเร็งปอดเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นอาจมีขนาดเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ปอด ซึ่งมีถุงลมจำนวนมากที่ยังคงทำหน้าที่ทดแทน ทำให้ผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆ ยกเว้นแต่ตัวเชื้อมะเร็งจะอยู่ชิดหลอดลมหรือเส้นเลือด กลุ่มนี้อาจแสดงอาการไอ หรือมีอาการไอเป็นเลือดเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อก้อนเนื้อมะเร็งเริ่มเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับที่ถุงลมภายในปอดทำงานช่วยไม่ไหวหรือมีน้ำท่วมปอด ที่ไปลดพื้นที่การทำงานของปอด เมื่อนั้นผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเหนื่อยหรือหายใจไม่อิ่ม
2.ถ้าหากเราผ่าตัดปอดไป เราจะยังหายใจได้หรือไม่ ซึ่งอย่างที่เราทราบกันว่าธรรมชาตินั้นได้สร้างปอดขึ้นมาเผื่ออยู่แล้ว โดยคนปกติที่แข็งแรงนั้นสามารถใช้ปอดหลังจากการผ่าตัดปอดได้ 1 ข้างอย่างสบายๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการผ่าตัดปอดควรได้รับการประเมินสมรรถภาพปอดก่อนการผ่าตัด ที่จะประเมินความจุของปอดว่ามีเพียงพอต่อการหายใจหลังผ่าตัดหรือไม่ ฉะนั้น ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการผ่าตัดปอดไม่ต้องกังวลว่าจะหายใจไม่ได้หลังการผ่าตัดเมื่อผ่านเกณฑ์การตรวจชนิดนี้

3.เมื่อไรที่เจอจุดที่ปอดแล้วต้องผ่าตัด เมื่อใดก็ตามเราพบเจอจุดที่ปอดผ่านเอกซเรย์สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เข้ารับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือซีทีสแกน ทั้งนี้ ฟิล์มเอกซเรย์บ่งบอกรายละเอียดได้ค่อนข้างน้อย ขณะที่ซีทีสแกนจะทำให้สังเกตเห็นลักษณะก้อนได้ละเอียดขึ้น ซึ่งในบางครั้งจากจุดเล็กๆ จากการเอกซเรย์ จะเป็นก้อนขนาดใหญ่เมื่อทำซีทีสแกน ในทางกลับกันบางครั้งจุดเล็กๆ จากการเอกซเรย์ก็อาจเป็นเพียงหลอดเลือดเล็กๆ ได้
จากการอ้างอิงในการศึกษาข้อมูลวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า เมื่อนำประชากรทั่วไปที่มีความเสี่ยงที่เป็นมะเร็งปอด (กลุ่มอายุมากกว่า 50 ปี ที่สูบบุหรี่มากกว่า 1 ซอง ติดต่อกันนานมากกว่า 20 ปี) ไปทำซีทีสแกนเพื่อ คัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด พบว่าเจอจุดที่ปอดเกิดขึ้นมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และมี 1 เปอร์เซ็นต์ในนั้นเป็นมะเร็งปอด จากคำแนะนำบอกว่าเมื่อใดที่พบจุดที่ปอดมากกว่า 4 มิลลิเมตร ควรต้องตรวจต่อเนื่องเพื่อดูระยะการเติบโต และเมื่อใดที่มีขนาดมากกว่า 8 มิลลิเมตร ต้องตรวจอย่างใกล้ชิด 3 เดือน และพิจารณาเอาชิ้นเนื้อไปตรวจเมื่อสงสัยเป็นมะเร็งปอด
4.การผ่าตัดปอดแบบไหนปลอดภัยที่สุด การผ่าตัดปอดในปัจจุบันสามารถดำเนินโรคได้อย่างปลอดภัย โดยมีภาวะแทรกซ้อนหนักมีโอกาสเกิดน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันการผ่าตัดมีทั้งหมด 2 วิธี คือ การผ่าตัดแบบเปิดและการผ่าตัดส่องกล้อง โดยการผ่าตัดส่องกล้องสามารถทำได้เพียง 1 จุด ขนาดเพียงแค่ 3-4 เซนติเมตร โดยสอดอุปกรณ์ผ่านทาง ช่องอุปกรณ์ผ่านทางซี่โครง โดยการผ่าตัดชนิดนี้สามารถลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดแบบดั้งเดิมและสามารถลดระยะเวลานอนโรงพยาบาลได้

5.การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดปอดผ่านกล้องนั้นมีข้อดีมากมาย เริ่มจากผู้ป่วยจะใช้เวลาในการพักฟื้นไม่เกิน 3 วันหลังผ่าตัด และผู้ป่วยรับประทานอาหารปกติได้ และเมื่อรับประทานยาปฏิชีวนะจนครบ 1 สัปดาห์ สามารถอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายได้ตามปกติ สิ่งที่ควรระวังคือให้หลีกเลี่ยงการไอ จาม เบ่งถ่าย การออกแรงยกของหนัก หรือการออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 1 สัปดาห์ และควรงดขึ้นเครื่องบินและการ ดำน้ำลึกเป็นเวลา 1 เดือน
ผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัดปอดหรือพบเจอก้อนที่ปอดสนใจสามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “ผ่าตัดปอด” โดยนายแพทย์ศิระ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ line id : @lungsurgeryth หรือเข้าไปศึกษาข้อมูลได้ที่ https://siradoctorlung.com