ปล่อยเพลงใหม่สุดคิวต์ “ไรเดอร์เกิร์ล” สาวน้อยวัยสดใส ‘กิมกลอย’ แห่งค่ายไทดอลมิวสิค ยิ้มแก้มแตกกับฟีดแบ็กที่แฟนเพลงตอบรับยอดวิวพุ่ง แถมยังแปลกตา กับลุกส์ใหม่ของสาวน้อย ‘กิมกลอย’ ที่เป็นสาวแล้ว ตามไปคุยกับ ไรเดอร์เกิร์ลกัน
✦เล่าถึงที่มาที่ไปของซิงเกิล ไรเดอร์เกิร์ล ให้ฟังหน่อย?
กิมกลอย – “ความที่ตัวเราสดใสก็จะมีแต่แนวเพลงสดใส แล้ว อ.แดส(กฤษฎากรณ์ อ่อนตาแสง) ที่เป็นผู้จัดการ ช่วยหาเพลง ช่วยให้อาจารย์นักแต่งเพลงวิเคราะห์ตัวเราว่าเป็นยังไงบ้าง จนสุดท้ายได้เพลง ไรเดอร์เกิร์ลมา หลังจากได้ดูเนื้อหาของเพลงรู้สึกว่ามันเป็นตัวเรา ก็เลยคลิกกับเพลงนี้เลย อีกอย่างเลยคือเราชอบชื่อเพลงมาก ไรเดอร์เกิร์ลเหมือนคนที่รับส่งความรัก เหมือนตัวเราที่ส่งความสดใสให้กับทุกคนค่ะ”

✦สไตล์ดนตรีของเพลงนี้?
กิมกลอย – “มีความไบรท์ตั้งแต่อินโทรเลย หนูชอบอินโทรเพลงนี้มาก มันมีความเป็นเอกลักษณ์แล้วก็สดใสตั้งแต่ ขึ้นมาเลย จังหวะเพลงเป็นมีเดียม ไม่ได้เร็วมากแต่ โยกได้ แนวดนตรีเหมือนเพลงป๊อปแต่ยังมีความเป็นลูกทุ่งและไทบ้านอยู่ เพียงแต่จะน้อยลงกว่าเพลงก่อนๆ หน่อย”
✦ฟีดแบ็กจากแฟนๆ?
กิมกลอย – “แฟนเพลงชอบค่ะ ทุกคนก็ลุ้นกันมากว่าเพลงนี้เราจะออกมาเป็นยังไง แล้วเพลงก่อนหน้าเป็นเพลงเร็วม่วนๆ เซิ้งได้เลย พอมาเป็นเพลงนี้เราไม่ได้สปอยล์ไปก่อนว่ามันจะเป็นจังหวะไหน เขาก็ตื่นเต้นมากๆ และพอได้เห็นก็ว้าวมากค่ะ”

✦เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็มและแปลกตา?
กิมกลอย – “โดยพื้นฐานส่วนตัวแล้วหนูเป็นคนที่มีความมั่นใจมากๆ และกล้าที่จะแสดงออก ลุกส์ในเพลงไรเดอร์เกิร์ลเลยมีความตั้งใจว่าอยากให้ดูโตขึ้นและมีความเซ็กซี่นิดๆ สมวัย อยากนำเสนอสิ่งใหม่ๆ กับแฟนเพลงบ้าง แต่มันยังมีความ น่ารักและความเท่ในแบบตัวเราอยู่ ชุดนี้เราก็มีส่วนในการออกแบบกับทีมดีไซน์ด้วย เพื่อให้ออกมาเป็นตัวเองมากที่สุดเลย คือมีความสดใสในเรื่องของสีที่เป็นสีชมพู แต่มันก็มีสีดำด้วย เพราะลุกส์ก่อนหน้านี้ของเราดูเท่ๆ รวมถึงมีเสื้อแจ๊กเกตเข้ามาอีก แถมยังนำเสนอความมั่นใจส่งต่อให้กับทุกๆ คนที่ไม่มั่นใจใน ตัวเองด้วย นอกจากนี้ก็ทำสีผมใหม่ แซ่บมาก ที่ผ่านมาทำมาแล้วทั้งสีชมพู สีเทา จนครั้งนี้เป็นสีบลอนด์มีความเป็นสายฝอนิดหนึ่ง แฟนเพลงก็ได้ลุ้นตลอดว่าเพลงต่อไปของเราจะเปลี่ยนสีผมเป็นสีอะไร”

✦ก้าวเข้ามาเป็นนักร้องจริงจังนานแค่ไหนแล้ว?
กิมกลอย – “ประมาณ 5 ปีได้ค่ะ เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงและมีการเติบโตเรียนรู้ในทุกๆ สถานการณ์ เหมือนขึ้นไป ทีละขั้นๆ แล้วแต่ละขั้นก็มีบททดสอบให้เราได้เรียนรู้ไปกับมัน มีทั้งตอนที่เราพอใจใน ตัวเอง ตอนที่เราเฟลบ้าง เรียกว่าครบรสชาติมากๆ กับในวงการเพลง แต่หนูว่ามันเป็นบทเรียนที่ดีมากๆ เหมือนหนังสือชีวิตของเราเลยก็ว่าได้ ตอนนี้สำหรับตัวหนูแล้วทั้งกายทั้งใจเราอุทิศให้เพลงไปเลย รักในอาชีพนี้มากๆ”
✦บอกว่ามีช่วงที่เฟล ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?
กิมกลอย – “เหมือนเราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น จนทำให้เรารู้สึกเฟลเอง ทั้งที่ไม่ได้มีใครมาว่าหรือกดดันเลย แต่สุดท้ายเราก็มาตระหนักคิดได้ว่าจริงๆ แล้วชีวิตมันคือการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่ใช่การที่เราต้องไปแข่งกับใคร ตอนนี้หนูปรับทัศนคติตัวเองได้เยอะมากๆ ใช้ชีวิต ในแบบที่พอใจกับตัวเอง ทำได้แค่ไหน เอาแค่นั้น แต่เต็มที่ในทุกๆ อย่าง แค่ไม่เปรียบเทียบกับใครเลย ใครที่ดีเอามาเป็นตัวอย่างเรียนรู้ว่าเขาทำยังไง แต่ตัวเองไม่เปรียบเทียบกับใคร ขอให้มันดีกว่าอดีตก็พอ”

✦เป้าความสำเร็จที่วางไว้?
กิมกลอย – “ตอนนี้เป้าที่วางไว้อันดับหนึ่งเลยคืออยากให้ครอบครัวมีความสุข คือบ้านยังมีหนี้ พี่ชายยังทำงานอยู่ ตอนนี้คุณตาคุณยายไม่ได้ขายขนมแล้ว มาอยู่บ้านแล้ว เราก็เลี้ยงเขาได้แล้ว แต่ตอนนี้ อยากให้ทุกคนมีความสุข หนูขอทำงานคนเดียวแล้วให้ทุกคนมีความสุขกับที่บ้าน อยากทำอะไรก็ทำได้ อยากกินอะไรไปกินกัน ความที่หนูอยู่กับความลำบากมา ตั้งแต่เด็กๆ เกิดมา 3-4 ขวบก็เริ่มไปขายของตลาดนัดกับพ่อแม่แล้ว เราเห็นในทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความลำบากมันแค่ไหน ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ข้าวไม่พอกินกัน ต้องจัดสรรเงิน ซึ่งไม่เคยพอเลยเพราะว่ารายได้น้อยกว่ารายจ่าย ตรงนั้นมันเลยเป็นความคิดที่ว่าวันหนึ่งหนูจะเลี้ยงทุกคนในครอบครัว ไม่ให้เขาทำอะไรเลยเพราะว่าเขาเหนื่อยมามากๆ แล้ว แล้วมันก็เป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ”

✦ไม่ได้มองว่าความลำบากที่ตัวเองเจอมาเป็นเรื่องน้อยเนื้อต่ำใจ?
กิมกลอย – “ทุกอย่างเป็นแรงผลักดัน เรามองในอดีตเราลำบาก แล้วทำไมมันถึงลำบากได้ขนาดนั้น ทำไมตอนนั้นเราถึงทำอะไรไม่ได้เลย พอโตมาก็เริ่มคิดว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง พอมันมาจับทางถูกกับอาชีพเรา มีผู้ใหญ่สนับสนุน มีค่ายซัพพอร์ต มันยิ่งเป็นแรงผลักดันเลยว่าต่อจากนี้เราจะพาตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน”

✦ในเรื่องของชื่อเสียงพอใจแค่ไหน?
กิมกลอย – “อันนี้มันเป็นความฝันและความคาดหวังในทุกๆ เพลงที่ทำออกมาอยู่แล้ว มีความคิดว่าเราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ หนูก็พยายามผลักดันตัวเองมาเรื่อยๆ ว่าทำ ยังไงถึงจะเปรี้ยงหรือมีกระแสขึ้นมาเยอะ มากขึ้น แต่ตอนนี้มันกลายเป็นว่าเราไปเรื่อยๆ แต่เราไม่หยุดเดินดีกว่า ส่วนเรื่องว่าจะเปรี้ยงตอนไหนหนูว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตาด้วย เราทำทุกงานให้มันดีที่สุดก่อน ความดังไม่ดังมันเป็นผลพลอยได้ที่จะตามมาค่ะ”
✦จาก ไหทองคำ สู่ ไทดอลมิวสิค?
กิมกลอย – “หนูย้ายจากค่ายไหทองคำมาอยู่ค่ายไทดอลมิวสิคได้ 3 ปีแล้ว ซึ่งเป็นบ้านหลังใหม่ที่น่ารักมาก ซัพพอร์ตในทุกอย่าง ที่สำคัญคือเราได้เป็นตัวเองกับงานที่เราทำก็ยิ่งทำให้เราทำงานอย่างมีความสุข เรามีทีมหลังบ้านที่ดีมากๆ ที่เรียนรู้ไปด้วยกันทำให้งานหน้าบ้านมันโอเคขึ้น”

✦ศิลปินที่เป็นไอดอล?
กิมกลอย – “คนนี้คือที่สุดเลย หนูนับถือและติดตามมาตั้งแต่เด็กคือ แม่ผึ้ง พุ่มพวง เนื่องจากชีวิตแม่ผึ้งลำบากมาก แต่เขายังเป็นราชินีลูกทุ่งที่มีคุณภาพมากๆ ในทุกๆ งานที่เขาทำ เขาจริงใจกับอาชีพของตัวเอง หนูเลยมีแม่ผึ้งเป็นไอดอลในทุกเรื่องเลยค่ะ”
✦ได้ข่าวว่าเปลี่ยนชื่อหลายรอบมาก?
กิมกลอย – “ใช่ค่ะ เปลี่ยน 2 รอบ ชื่อแรกเกิดคือ พิรัตน์ดา คุณพ่อคุณแม่ ตั้งให้ ทีนี้ไปเจอหมอดูที่ดูชื่อเราแล้วมันตรงกับชีวิตเราด้วยว่าเราเป็นคนที่ชอบกดดันตัวเอง ไม่ค่อยมีความสุขกับชื่อนี้ แล้วมันก็จริง เขาก็เสนอชื่อมาให้เปลี่ยน เลยไปขอจากท่านพระพรหมเสนาบดีที่เป็นหลวงพ่อ ท่านก็เมตตารับเป็นเหมือนลูกบุญธรรม ท่านก็เปลี่ยนชื่อมาให้เป็น พิชชากร ใช้ชื่อนี้มาได้เป็นปี มาเจอหมอดูอีกก็พูดตรงว่าจะได้อะไรก็ไม่ได้คลาดเคลื่อนไปหมด หมอดูบอกว่าถ้ามีคำว่า วราห์ ด้วยจะดีมากๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเอาคำนำหน้าอะไร ตอนนั้นหมอดูบอกอีกว่าให้เปลี่ยนชื่อเล่นด้วย แต่ด้วยความที่ชื่อ กิมกลอย มันแปลกและคนจำชื่อนี้ไปแล้ว หมอดูเลยบอกว่าให้เปลี่ยนใช้ในชีวิตประจำวันเรียกว่า หนึ่ง แก้เคล็ดไป สุดท้ายชื่อจริงเลยมาเป็น หนึ่งวราห์ หนูก็โอเคกับชื่อนี้ไม่เปลี่ยนแล้วค่ะ”

✦ฝากถึงแฟนๆ?
กิมกลอย – “อยากจะขอบคุณแฟนๆ ถ้าไม่มีทุกคนคอยซัพพอร์ต คงไม่มีกิมกลอย มาจนถึงทุกวันนี้แน่นอน มันเป็นความรักความจริงใจที่เราหาจากไหนไม่ได้ นอกจากคนที่เขารักในความเป็นเราจริงๆ ขอบคุณที่ติดตามกันมาไม่ว่าจะเป็นกิมกลอยในรูปแบบไหน สัญญาว่าจะมอบความสุข ส่งต่อพลังบวก ความเป็นกิมกลอยที่น่ารักแบบนี้ให้กับทุกคนตลอดไปเลยค่ะ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล