ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า จากการประชุมแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ดำเนินการโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ปัจจุบันดำเนินการคืนผิวจราจรถนนแจ้งวัฒนะได้เกือบหมดแล้ว เหลือซ่อมแซมเพียงบางจุด ภาพรวมมีความคืบหน้า 97% ส่วนถนนรามอินทราจะคืนพื้นผิวการจราจรได้ในเดือนต.ค.นี้ และจะดำเนินการคืนพื้นผิวการจราจรเสร็จสิ้นทั้งโครงการภายในเดือนมี.ค.2567
สำหรับปัญหาจากการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย การจัดการปัญหาจราจร ได้แก่ ผิวจราจร เกาะกลาง คันหินทางเท้า จุดกลับรถ เส้นจราจร ไฟฟ้าส่องสว่าง และสายสื่อสาร โดยปัญหาในการคืนพื้นผิวการจราจรส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณใต้สถานีต่างๆ เนื่องจากต้องมีการวางระบบไฟฟ้าและต้องทำงานร่วมกันกับหลายหน่วยงาน เช่น การไฟฟ้านครหลวง ซึ่งกทม.ได้ประสานกรมทางหลวงและ รฟม. ให้เร่งรัดการคืนทางเท้าและพื้นผิวการจราจร เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
โดยการก่อสร้างหน่วยงานภาครัฐพยายามเร่งรัดการดำเนินการเคลื่อนย้ายระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้แล้วเสร็จ เพื่อคืนพื้นผิวการจราจรโดยเร็วที่สุด รวมถึงการเตรียมนำเทคโนโลยีสแกนถนนด้วยระบบ Ground Penetrating Radar : GPR (เครื่องมือหยั่งความลึกด้วยสัญญาณเรดาร์) เพื่อตรวจสอบและป้องกันแก้ไขปัญหาถนนทรุด นอกจากนี้ในส่วนของข้อร้องเรียนเรื่องถนนไม่เรียบเนื่องจากฝาท่อของถนนปิดไม่สนิท ได้มีการหารือในการปรับปรุงฝาท่อโดยยึดการซ่อมแซมถนนพระรามที่ 3 เป็นต้นแบบ คือ ขยายฝาท่อให้ใหญ่ขึ้นเพื่อลดจำนวนฝาท่อ รวมถึงการเตรียมติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรทางแยกแบบ Adaptive โดยจะดำเนินการด้วยการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ในการตรวจนับปริมาณการจราจรบริเวณทางแยกให้สอดคล้องกับปริมาณจราจรในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ได้มีการพิจารณาการสร้างที่จอดรถจักรยานในแต่ละสถานีเพื่อรองรับการเดินทางด้วย รถจักรยานมาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูตลอดเส้นทางอีกด้วย
ในส่วนปัญหาการบริหารจัดการเรื่องของระบบการระบายน้ำ มีจุดที่น่ากังวลเมื่อมีฝนตกลงตามเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้าในหลายๆ จุด ซึ่งปีที่แล้วจากการสำรวจพบว่ามี 770 จุด ที่เป็นจุดเปราะบาง ซึ่งกทม.รับทราบและดำเนินการแก้ไข ส่วนแผนรับมือน้ำท่วมช่วงวงเวียนบางเขน-มรภ.พระนครและซอยรามอินทรา 5 นั้น ได้ติดตั้งเครื่อง สูบน้ำ 3 จุดในบริเวณจุดเปราะบางที่ระบายน้ำได้ช้า โดยเป็นเครื่องสูบน้ำของแขวงทางหลวงกรุงเทพฯ และเครื่องสูบน้ำของกทม. โดยมีการสำรองเครื่องสูบน้ำไว้อย่างเพียงพอในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงในอนาคตถนนที่มีการก่อสร้างใหม่จะขยายท่อระบายน้ำให้ใหญ่ขึ้นและจะปรับปรุงโดยใช้ร่องระบายน้ำขนาดใหญ่เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นผิวจราจรแก้ปัญหาขยะลอยติดกีดขวางบริเวณตะแกรง
นอกจากนี้จะตั้งไลน์กลุ่มเพื่อติดต่อสื่อสารกันระหว่างหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูเพื่อการประสานงานในการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย และรฟม.จะร่วมมือกับกทม. ประชาสัมพันธ์เส้นทางที่ยังมีการก่อสร้างเพื่อให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง ผ่านทางช่องทางการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน อาทิ เฟซบุ๊กเพจ “กรุงเทพมหานคร” และ “การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” ทั้งนี้หากประชาชนพบปัญหาการจราจรและการระบายน้ำแจ้งได้ที่ Traffy Fondue และช่องทางร้องเรียนของกทม. และสำนักงานเขต