คลังไม่ชงลดภาษีเบนซิน-ส่วนดีเซลลุ้นหน้าปั๊ม 20 ก.ย.นี้
กบง.เคาะตรึงราคาก๊าซหุงต้มไม่เกินถังละ 423 บาทต่อถังไปอีก 3 เดือน ส่วนคลังยังไม่เสนอลดภาษีน้ำมันเบนซิน ราคาดีเซลให้ลุ้นหน้าปั๊ม 20 ก.ย.นี้
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบให้คงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) อยู่ที่ประมาณ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม (ก.ก.) ต่อไปอีก 3 เดือน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.2566 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ตามมติครม. และนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) บริหารราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม ผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป
นอกจากนี้ที่ประชุมกบง.ได้มีมติเห็นชอบให้คงสัดส่วนการผสม ไบโอดีเซลในน้ำมันกลุ่มดีเซลหมุนเร็วให้เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 ต่อไปอีก 3 เดือน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.2566
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอเฉพาะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 2.50 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.-31 ธ.ค.2566 และยังไม่มีการเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน ส่วนจะเป็นการลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่หน้าสถานีบริการน้ำมันในอัตราเท่าใดนั้น คาดว่ากระทรวงพลังงานจะเป็นผู้พิจารณา เพราะยังมีการดูแลราคาผ่านกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย
ทั้งนี้คาดว่าการลดภาษีน้ำมันดีเซลจะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บ รายได้ของกรมในปี 2567 ราว 1.5 หมื่นล้านบาท โดยกรมสรรพสามิตเตรียมหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อทบทวนเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต ในปีงบประมาณ 2567 ใหม่ หลังจากเว้นการจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลในช่วงระยะเวลาดังกล่าวด้วย
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง กล่าวว่า การลดภาษีน้ำมันดีเซลจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้รัฐบาลมากนัก โดยในปีงบประมาณ 2566 มีการจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการแล้ว 1 แสนล้านบาท เนื่องจากได้รายได้พิเศษเพิ่มมาประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้การเก็บภาษีที่เกินเป้าส่วนหนึ่งยังมาจากเศรษฐกิจในปีนี้ที่ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และการท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัว
ทั้งนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบประมาณ รายจ่ายประจำปี 67 ประกอบด้วย รายได้ 2,787,000 ล้านบาท เป็นรายจ่าย 3,480,000 ล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ 693,000 ล้านบาท เป็นวงเงินที่มาจากประมาณการรายได้ที่เพิ่มขึ้น 30,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าอยู่ในวิสัยที่สามารถทำได้ และคาดการณ์รายได้ดังกล่าว ยังไม่รวมผลจากมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงิน 10,000 บาท ที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เกิดการใช้จ่าย ส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ที่ขยายตัวตามไปด้วย
สำหรับผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (ต.ค.2565-ก.ค.2566) อยู่ที่ 2,148,820 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 150,899 ล้านบาท หรือ 7.6% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.2%