บีบีซีรายงานวันที่ 15 ก.ย. ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ ภาคตะวันออกของประเทศลิเบียตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ทูตลิเบียประจำองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่ายอดผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วเพิ่มเป็นอย่างน้อย 6,000 ราย

ด้านสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศคาดการณ์ว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจะสูงถึง 11,300 ราย แต่อาจเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากยังมีผู้สูญหายราว 10,000 คน และส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเกินกว่า 21,300 ราย มากกว่าตัวเลขที่นายกเทศมนตรีเมืองเดอร์นา พื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ระบุไว้ก่อนหน้านี้ที่ 20,000 ราย

ส่วนกระทรวงกิจการภายในลิเบียยืนยันพบผู้เสียชีวิตที่ 3,000 ราย สูญหาย 2,800 คน และว่ามหาอุทกภัยครั้งนี้ทำให้ประชาชนราว 30,000 คนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน หลายฝ่ายกล่าวโทษว่าเป็นเพราะระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีสภาพทรุดโทรมและไม่ได้รับการซ่อมแซม

วันเดียวกัน องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) แถลงว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จากน้ำท่วมสามารถหลีกเลี่ยงได้หากระบบเตือนภัยล่วงหน้าและระบบการจัดการเหตุฉุกเฉินที่เหมาะสมถูกต้อง ศาสตราจารย์เพทเตอรี ทาลาส เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก กล่าวว่าหาก กองกำลังจัดการเหตุฉุกเฉินสามารถอพยพประชาชนได้ทันท่วงทีตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจต่ำกว่านี้

ขณะที่สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่ากำลังเร่งระดมเงินมากกว่า 71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,550 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เข้าข่ายเป็นหายนะครั้งใหญ่ และว่าเงินจำนวนนี้จะถูกนำไปเยียวยาผู้ประสบภัยที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วนที่สุดราว 250,000 คน จากผู้ประสบภัยทั้งหมดกว่า 884,000 คน นอกจากนี้นายมาร์ติน กริฟฟิธส์ หัวหน้าสำนักงาน เพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรม ยังประกาศกองทุนฉุกเฉินอีก 357 ล้านบาทด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน