เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานสัมมนา “สถานการณ์ความเป็นผู้ประกอบการไทยและโลก ประจำปี 2566 (GEM Report 2023)” เวทีเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยในกลุ่มสมาชิก GEM ทั่วโลก รวมทั้งศึกษาทัศนคติ ปัจจัยแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชากรในกิจกรรมด้านการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการในการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและขนาดย่อย หรือ MSMEs ให้มีศักยภาพที่เข้มแข็งสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
ดร.วุฒนิพงษ์ วราไกรสวัสดิ์ คณบดีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า การเริ่มต้นหรือพัฒนาธุรกิจ ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการริเริ่มธุรกิจ จะดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสถานภาพของสังคมผู้ประกอบการในประเทศไทยที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ตลอดจนเป็นแนวทางและปัจจัยในการเสริมสร้างสังคมผู้ประกอบการและการสร้างสังคมผู้ประกอบการใหม่ให้ได้เป้าหมาย มีคุณภาพและการเติบโตที่มั่นคง
ดร.วุฒนิพงษ์กล่าวต่อว่า การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน จึงถือเป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีระหว่างภาคีเครือข่าย สสว. กับมหาวิทยาลัย เพื่อ ขับเคลื่อนความร่วมมือช่วยกันพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อผลักดันให้มีการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันต่อไปในอนาคต
ด้าน รศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผอ.สสว. กล่าวว่า จากผลการศึกษา GEM 2023 หรือปี 2566 พบว่า ประเทศไทยมีระดับกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบโดยรวมการในระดับที่สูง คือ อยู่ที่ระดับ 36.6% และมีอัตรากิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการในระยะเบื้องต้นโดยรวม หรือระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนไทยในการก่อตั้งธุรกิจใหม่ถึง 22.4% ซึ่งการสร้างสังคมผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง ต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนหลายประการ โดยเฉพาะด้านสภาพแวดล้อมทั้งระดับมหภาคและระดับปัจเจกชน ซึ่งการศึกษาทำความเข้าใจกับปัจจัยต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญลำดับต้น