กทม.2 ดินแดง – ที่อาคารธานีนพรัตน์ น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ประธานการประชุมการบริหารจัดการพื้นที่ภัยแล้ง ในกรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากสำนักการระบายน้ำ (สนน.) สำนักป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) สำนักพัฒนาสังคม (สพส.) กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมการข้าวและผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
น.ส.ทวิดา กล่าวว่า ระหว่างเดือนธ.ค.-พ.ค.ของทุกปีเป็นช่วงฤดูแล้ง มีสภาพอากาศร้อนจัดทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ และน้ำ เพื่อการเกษตร รวมทั้งปัญหาน้ำทะเลหนุนสร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจน การเกษตรกรรมและการปศุสัตว์ ประกอบกับขณะนี้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นในหลายๆ พื้นที่ อาจส่งผล ให้เกิดภาวะแห้งแล้งผิดปกติ ดังนั้นจึงจัดประชุมเพื่อเตรียมการแนวทางการบริหารจัดการในเรื่องต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้
ปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกร จึงต้องมีการเตรียมการสำหรับภัยแล้งด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ใช้พื้นที่กักเก็บน้ำ ที่เป็นการดำเนินการนำร่องในบางพื้นที่เขตเป็นการทำประมง ซึ่งยากต่อการบริหารจัดการเนื่องจากเมื่อปริมาณน้ำ ลดลงมากจะส่งผลกระทบอย่างไรและวิธีการจัดการในเชิงรุกจะดำเนินแบบไหน อีกทั้งยังมีพื้นที่การเกษตรฝั่งตะวันออกของกทม.ที่จะได้รับผลกระทบอีกหลายหมื่นไร่
นอกจากนี้ยังมีเรื่องระดับความเค็มร่วมกัน เนื่องจากส่งผลต่อผลผลิตแต่ละประเภทแตกต่างกัน เช่น ไม้ผล ไม้ยืนต้น หรือกล้วยไม้ ซึ่งต้องหารือกับกรมชลประทานในการกำหนดค่าระดับความเค็ม ให้เหมาะสมแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่วนเรื่องผันน้ำเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันค่าเฉลี่ยระดับฝนในปีนี้น้อยกว่า ที่คาดการณ์ไว้ จึงเกิดความกังวลว่าน้ำในพื้นที่จะขาดแคลน และในเรื่อง น้ำหนุน คือช่วงเดือนธ.ค.-มี.ค.จะเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุด จึงกังวลเรื่องค่าความเค็มของน้ำ เพราะน้ำที่มาจากทางเหนือมีปริมาณน้อยกว่าทุกปี ทำให้ค่าความเค็มในแม่น้ำและคลองสายหลักในพื้นที่ กทม.มีค่า ค่อนข้างสูง
ทั้งนี้ สนน. และกรมชลประทาน เตรียมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อลงรายละเอียดการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ และการป้องกัน น้ำเค็มจากน้ำทะเลหนุน และ สปภ. ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เตรียมกำหนดแนวทางยับยั้งและ ช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการและงบประมาณสนับสนุน โดยร่วมมือ กับสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และตรงกับ กลุ่มเป้าหมายประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่กทม. ที่อาจได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง