นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะ ได้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ หรือ UN General Assembly (UNGA) ครั้งที่ 78 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18-22 กันยายน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมีนัดหมายพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับซีอีโอ เจ้าของบริษัทชั้นนำของโลก รวมถึงนักลงทุนต่างประเทศระดับศักยภาพ เช่น Microsoft, Google, Tesla เป็นต้น
เพื่ออธิบายและเชิญชวนว่าประเทศไทยพร้อมสำหรับประกอบธุรกิจและมีสาธารณูปโภคพื้นฐานเหนือประเทศคู่แข่งอย่างไร เพื่อดึงดูดการลงทุน พร้อมเชิญชวนให้มาใช้ เป็นฐานในการขยายธุรกิจใหม่ๆ
นอกจากนี้ ยังมีกำหนดพบปะและหารือ กับผู้นำชาติต่างๆ ทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคีด้วย อันเป็นบทบาทสำคัญ ที่จะทำให้นานาชาติยอมรับ และเชื่อมั่นประเทศไทยเพิ่มขึ้นด้วย
ต้องยอมรับว่าหลังการยึดอำนาจรัฐประหารรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยหัวหน้าคณะรัฐประหารขึ้นมาเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และสืบทอดอำนาจต่อเนื่องจนมาถึงรัฐบาลเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
ประเทศไทยที่เคยเป็นผู้นำและโดดเด่นในเวทีนานาชาติ ทั้งระดับภูมิภาคอาเซียน และกลุ่มเศรษฐกิจโลกต่างๆ แต่ปรากฏว่าถอยหลังอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้นำรัฐบาล อ่อนด้อย ขาดทักษะและสูญเสียการยอมรับ
การดำเนินนโยบายต่างประเทศหลายครั้ง ทำให้เป็นที่สงสัยกังขาว่ารัฐบาลไทยมีจุดยืนที่สอดคล้องกับสังคมโลกเพียงใด?
เป็นระยะเวลา 9 ปีต่อเนื่อง ที่นักการทูต มองว่าประเทศไทยไม่ได้แสดงบทบาทการนำอย่างที่เคยดำเนินมาต่อเนื่องตั้งแต่ ครั้งรัฐบาลยุคประชาธิปไตยในอดีต
เทียบกับรัฐบาลก่อนรัฐประหารครั้งล่าสุด นายกรัฐมนตรี ของไทยได้แสดงบทบาทในเวทีได้อย่างโดดเด่น ถูกจับ ตามองในฐานะผู้นำสตรีคนแรกที่มาจากการเลือกของประชาชนและมีความชอบธรรม
ทั้งการมาเยือนอย่างเป็นการของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ตลอดจนผู้นำต่างประเทศอื่นๆ รวมถึง การประชุมระดับโลกและการเยือนต่างประเทศครั้งสำคัญที่ต้องจดบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์
สำหรับรัฐบาลปัจจุบัน ที่ทั่วโลกต่างยอมรับ จึงต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศ เพื่อพลิกฟื้นโอกาสที่สูญหายขาดวิ่นไป จนกลายเป็นรัฐที่ไร้ความสำคัญในช่วงทศวรรษ ที่ผ่านมา
การเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความพร้อมทั้งบุคลิกภาพ การเจรจาทางการค้า และความร่วมมือ เนื่องจากเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จึงถือเป็นบาทก้าวใหม่ที่จะทำให้ประเทศไทยโดดเด่นอีกครั้ง